วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ พิธีประดิษฐานรูปหล่อทองคำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร

ทบทวนบุญ
เรื่อง : ธมฺมวิชฺโช

 

พิธีประดิษฐานรูปหล่อทองคำ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

พระผู้ปราบมาร 

 


 
ณ สถานที่เกิดด้วยกายธรรม วัดโบสถ์บน
ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

 

    ต้นแบบแห่งการใช้ชีวิตสมณะ ให้เป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่ง พระพุทธศาสนา นำพามนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ดำเนินไปสู่หนทางแห่งการหลุดพ้น คือหนทางพระนิพพาน นับว่ามีความสำคัญยิ่ง ดังเช่นพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งสมณะพระแท้ ผู้ถึงพร้อมด้วยศีลและอาจาระ ทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านของการปฏิบัตินั้น ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน         จนในที่สุดท่านก็ได้เข้าถึงธรรมอันประเสริฐ ค้นพบวิชชาธรรมกายขององค์สมเด็จ   พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ อุโบสถ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ในคืนเพ็ญ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ 

 


    ดังนั้น การเดินธุดงค์ธรรมชัย เพื่อประกาศคุณแห่งมหาสมณะผู้เป็นต้นแบบ   แห่งการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ด้วยการอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี  (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ไปประดิษฐาน ณ วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง   อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ในวันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงได้บังเกิดขึ้น

 


    เมื่อคณะพระธุดงค์อัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ไปถึงวัดโบสถ์บนแล้ว เวลา ๑๕.๐๐ น. คณะศิษยานุศิษย์และผู้มีบุญทั้งหลายร่วมใจกันทำพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำ   พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร จาก   เทวรถไปยังหน้าอุโบสถ โดยมีพระเดชพระคุณพระวิสุทธิ-วงศาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๗,พระเดชพระคุณพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๔, ๕, ๖, ๗ (ธรรมยุต), พระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร, พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี เจ้าอาวาสวัดเฉลิมพระเกียรติ, พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร, และพระมหาเถรานุเถระอีกเป็นจำนวนมากเมตตาไปร่วมพิธี

 


    จากนั้น ศิษยานุศิษย์ทั้งปวงร่วมกันปฏิบัติสมาธิเจริญภาวนาตามกระแสเสียงของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เมื่อจิตของผู้มีบุญสงบ สะอาด เหมาะสมที่จะเป็นเครื่องรองรับบุญใหญ่แล้ว จึงทำพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนีเข้าไปประดิษฐานภายในอุโบสถวัดโบสถ์บน โดยมีพระเถรานุเถระทั้งหลายเจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา เมื่อเสร็จพิธีอัญเชิญแล้ว  พระเดชพระคุณพระวิสุทธิวงศาจารย์เมตตากล่าวสัมโมทนียกถาและให้พรแก่ผู้มีบุญทุกท่าน

 


    ในภาคเย็นมีพิธีเปิดม่านมงคลรูปหล่อทองคำ    พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร โดย  พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) นำบูชาพระรัตนตรัยและนำนั่งสมาธิถ่ายทอดสดจากวัดพระธรรมกาย


    จากนั้น เจ้าภาพผู้มีบุญลุกขึ้นยืนประจำแท่น เพื่อเตรียมประกอบพิธีกดปุ่มเปิดม่านมงคลรูปหล่อทองคำ  พระมงคลเทพมุนี


    สำหรับผู้เปิดกรวยสักการะรูปหล่อทองคำ            พระมงคลเทพมุนีในโอกาสนี้ก็คือ พระเดชพระคุณ-        พระวิสุทธิวงศาจารย์ 


    ในภาคค่ำมีพิธีจุดประทีปบูชาพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร โดยมีพระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) ประธานสงฆ์ในพิธีจุดประทีปเป็นผู้นำนั่งสมาธิและนำอธิษฐานจิต


    ก่อนสาธุชนผู้มีบุญเดินทางกลับบ้าน มีการจุดพลุฉลองชัยสู่ท้องฟ้าท่ามกลางความปลื้มปีติอิ่มเอมใจของ    ผู้ไปร่วมงานทุกท่าน

 


    ผลที่เกิดขึ้นจากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ล้วนก่อประโยชน์เกื้อกูลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา เพราะตราบใดที่พระภิกษุ สามเณร หรือชาวพุทธ ได้ดำเนินรอยตามปฏิปทาของหลวงปู่วัดปากน้ำที่เอาจริงเอาจังทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ พระพุทธศาสนาย่อมไม่เสื่อมถอยอันตรธานไป ซึ่งในคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธศาสนาจะถึงกาลสูญสิ้น    โดยเรียงลำดับความเสื่อมไว้ ๕ ประการ เรียกว่า “ปัญจอันตรธาน” ได้แก่ 


    ประการแรก “ปริยัติอันตรธาน” คือ ความเสื่อมแห่งพระไตรปิฎก ไม่มีผู้ศึกษาเล่าเรียน ภิกษุทั้งหลาย      ไม่อาจทรงจำไว้ได้ซึ่งอรรถรส ทรงไว้แต่บาลีสิ่งเดียว       จนในที่สุดไม่มีผู้จำพุทธวจนะได้แม้แต่บทเดียว 


    ประการที่สอง “ปฏิบัติอันตรธาน” คือ สูญสิ้น   การปฏิบัติบำเพ็ญเพียรภาวนา เพื่อการบรรลุมรรค ผล บรรพชิตไม่ได้ปฏิบัติตนเพื่อขัดเกลากิเลส คลายจาก  ความเพียร มิได้ตักเตือนซึ่งกันและกัน ล่วงอาบัติน้อยใหญ่ จนกระทั่งในที่สุดหาพระภิกษุซึ่งสำรวมรักษาปาราชิกสิกขาบทมิได้แล้ว จึงได้ชื่อว่า ปฏิบัติอันตรธาน


    ประการที่สาม “ปฏิเวธอันตรธาน” คือ การสูญสิ้นจากการบรรลุมรรค ผล ความเสื่อมข้อนี้เป็นผลเนื่องจากประการที่สอง คือ เมื่อไม่มีการปฏิบัติก็ย่อมไม่มีการบรรลุมรรค ผล


    ประการที่สี่  “ลิงคอันตรธาน” คือ ความเสื่อมสิ้นจากสมณเพศ ภิกษุทั้งหลายจะหาบหิ้วห้อยบาตรด้วย    สายหวด แล้วจะเที่ยวภิกขาจาร ประพฤติผิดเพศภิกษุซึ่งเป็นพุทธชิโนรส ครั้นนานไปพระภิกษุทั้งหลายจะปลดเปลื้องไตรจีวรออกจากกาย จะกระทำกสิกรรมและพาณิชยกรรมเลี้ยงบุตรและภรรยา มีผ้าย้อมฝาดอยู่ที่ข้อมือและคอเท่านั้น


    ประการสุดท้าย “ธาตุอันตรธาน” คือ ความสูญสิ้นแห่งพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งตามคัมภีร์กล่าวไว้ว่า เมื่อจะสิ้นพระศาสนานั้น พระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดจะแสดงปาฏิหาริย์ เสด็จไปรวมกันอยู่ ณ โพธิบัลลังก์ที่เคยเป็น   ที่ตรัสรู้ กระทำเป็นพุทธรูปปรากฏเหมือนดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และจะมีเตโชธาตุตั้งขึ้นเผาผลาญพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อพระบรมสารีริกธาตุอันตรธานหมด ก็   เป็นอันสูญสิ้นพระพุทธศาสนา 

 


    หากเราชาวพุทธทั้งหลายได้ศึกษาและเจาะลึกไปถึงเหตุแห่งอันตรธานทั้ง ๕ ประการ ที่ได้กล่าวในเบื้องต้นนั้น เราจะซาบซึ้งใจทีเดียวว่า การเดินธุดงค์อัญเชิญรูปหล่อทองคำ        พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ไปประดิษฐาน ณ วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่าน  เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อการบรรลุธรรมของ  พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก่อเกิดคุณอันยิ่ง     แก่พระพุทธศาสนาโดยแท้ เพราะหากมีการประพฤติปฏิบัติและดำเนินตามรอยของท่าน ความคงมั่นแห่งพระพุทธศาสนาก็จักปรากฏตราบนานเท่านาน ยังไม่อันตรธานไป

 


    ขออนุโมทนาบุญกับชาวพุทธผู้มีจิตประกอบด้วยปัญญาและงามพร้อมด้วยบุญ   อันบริสุทธิ์ด้วยเทอญ 

 

โอวาทพระเดชพระคุณพระวิสุทธิวงศาจารย์


กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๗
รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ


วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘


     ต้องขออนุโมทนากับท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ได้สืบสานวิชชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ แล้วได้มาดำเนินการต่อ 


    ถ้าจะเปรียบกับลูกซึ่งมี ๓ จำพวก คือ ลูกจำพวกที่ ๑ อภิชาตบุตร จำพวกที่ ๒           อนุชาตบุตร จำพวกที่ ๓ อวชาตบุตร ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีอยู่ในลักษณะอนุชาตบุตรและอภิชาตบุตร ที่ได้สืบทอดวิชชาธรรมกายมาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ ด้วยเดชะอำนาจแห่ง    บารมีธรรม จึงทำให้ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีได้เจริญในพระพุทธศาสนา 


    ปฏิปทาของท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนี เท่าที่อาตมาได้สัมผัสมาก็เหมือนหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำตั้งแต่บวชมา ท่านก็ทำความเพียรเรื่อยมา จนกระทั่งสุขภาพร่างกายของท่านทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ท่านก็ไม่หยุดจากการเผยแผ่พระศาสนา เฉกเช่นเดียวกันกับพระเทพญาณมหามุนีในตอนนี้ 


    ตอนหลวงพ่อวัดปากน้ำมาบวชนั้นยังไม่มีกายธรรม แต่เมื่อประพฤติปฏิบัติมาแล้ว กายธรรมก็เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ คือ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ที่หลวงพ่อทำความเพียรมาสม่ำเสมอ ตั้งแต่ออกจากโบสถ์วัดสองพี่น้อง แล้วก็ไปอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 


    ปริยัติหลวงพ่อก็เรียน ปฏิบัติหลวงพ่อก็ทำ ดังนั้นทั้งปริยัติและปฏิบัตินี้ ถ้าจะเทียบกันแล้วก็ไม่มีใครที่จะเทียบเท่า นอกจากพระอริยะทั้งหลาย หลวงพ่อจะเป็นอริยะหรือไม่เป็นอริยะก็ตาม แต่ปฏิปทาของหลวงพ่อนั้น เป็นคนพูดจริง ทำจริง และปฏิบัติจริง และสอนให้สัทธิวิหาริกที่เป็นพระบ้าง อันเตวาสิกที่มาอาศัยอยู่ภายใต้บารมีธรรมของท่าน และศรัทธาสาธุชนทั้งหลายทั้งปวง ท่านแผ่เมตตาให้เหมือนกันหมด เหมือนกับลูกที่เกิดในอุทร ไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง ทำดีก็สรรเสริญ ถ้าทำผิดก็ลงโทษ นี้เป็นปฏิปทาของหลวงพ่อที่ได้ประพฤติปฏิบัติมา 


    ในตอนกลางคืนหลวงพ่อท่านจะเดินตรวจกุฏิ กุฏิสมัยนั้นเป็นกุฏิหลังเล็ก ๆ ไม่ใหญ่โต ถ้าได้ยินพระเณรคุยกัน ไม่ท่องมนต์ ไม่ดูหนังสือตำรับตำรา เช้าขึ้นมาท่านก็ให้โอวาทในโบสถ์ ท่านไม่ระบุชื่อว่าพระองค์นั้นหรือสามเณรองค์นี้ แต่ท่านพูดถึงความผิด ผู้ที่ทำความผิดก็อาจจะรู้สึกตัว แต่หลวงพ่อไม่ประกาศให้เขาเสื่อมเสียแต่ประการใด ใครทำผิดก็ย่อมจะรู้ตัวว่าทำผิดอยู่ดี         ท่านจะยกย่องคนที่ควรยกย่อง ตำหนิคนที่ควรตำหนิ อย่างนี้เสมอมา 


    ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีก็เฉกเช่นเดียวกัน ท่านยกย่องคนที่ควรยกย่อง ตำหนิ  ติเตียนคนที่ควรตำหนิติเตียน และปฏิปทาของท่านนั้น ถึงแม้อายุเข้าวัยชราแล้ว ท่านก็ยังไม่หยุดในการปฏิบัติธรรม ท่านเอาปฏิปทาของหลวงพ่อวัดปากน้ำมาใช้มาปฏิบัติอยู่เสมอ ฉะนั้นจึงทำให้วิชชาธรรมกายแผ่ขยายไป จะพูดว่าทั่วโลกก็ได้ ซึ่งมีวัดจำนวนมากมายที่ล้วนแต่เป็นวิชชาธรรมกาย และการเผยแผ่พระศาสนานั้น ทั้งในประเทศและนอกประเทศก็ทำได้อย่างเดียวกัน เฉกเช่น      หลวงพ่อวัดปากน้ำ 


    หลวงพ่อวัดปากน้ำตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยออกต่างประเทศ แต่ว่าธรรมะของท่านก็แผ่ขยายกระจายไปทั่วโลก เพราะศิษยานุศิษย์นำเอาไปประพฤติปฏิบัติ และได้เห็นอานิสงส์ของการปฏิบัติธรรมะจริง ถึงได้มีความเจริญรุ่งเรือง ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีก็เช่นเดียวกัน ท่านอาจจะไม่ได้ไปต่างประเทศ แต่ว่าก็ได้นำเอาคำสอนของหลวงพ่อเผยแผ่ไป จะเรียกว่าดังก้องโลกก็ได้ 


    คำว่า “โลก” ตัวนี้ไม่ได้หมายถึงโอกาสโลก แต่เป็นมนุษยโลก คือมนุษย์ทุกคนนั้นก็เป็นโลกอันหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีได้ประพฤติปฏิบัติ    อย่างนี้ เป็นธรรมดาว่าคนที่ชอบก็มักจะยกย่องสรรเสริญ คนที่เกลียดชังก็มักจะตำหนิติเตียน         ท่านจะทำดีแค่ไหนก็ไม่เป็นที่พอใจของคนบางกลุ่ม บางจำพวก ลักษณะเช่นนี้มีอยู่ทั่วโลก และจะยังมีต่อไปอีกนานเท่านาน 


    คนประเภทที่เห็นคนอื่นทำดีแล้วไม่ดีใจด้วย ไม่สนับสนุน ไม่ยกย่องสรรเสริญแต่ประการใด พวกนี้มีให้เห็นเป็นประจักษ์พยาน อย่างที่ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีได้ประสบพบมา       และศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิต คฤหัสถ์ เหล่ากัลยาณมิตร ก็เข้าใจว่า ในหลักการประพฤติปฏิบัตินั้น ย่อมจะถูกตำหนิติฉินนินทาบ้างจากคนที่เกลียดชัง เรียกว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป กลับไปยกย่องคนทำความชั่ว แต่คนทำความดีไม่ยกย่องสรรเสริญ เป็นอย่างนี้แหละโลกธรรม นินทาและสรรเสริญนี้มีอยู่ทั่วโลก ทั่วไป ถ้าชอบก็สรรเสริญ ชังก็ติฉินนินทา 


    การมาทำพิธีในวันนี้ ที่ได้อัญเชิญรูปหล่อทองคำของพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ (สด จนฺทสโร) พระมหาเถระ มาประดิษฐาน ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง แห่งนี้ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั้งหลาย ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์ พร้อมกับมีการปฏิบัติธุดงค์ ซึ่งบางคนไม่เข้าใจว่า ธุดงค์นั้นคืออะไร 


    ธุดงค์นั้นก็คือ องค์เป็นเครื่องกำจัดกิเลสทั้งหลายทั้งปวง แต่ว่าเขาเอาลักษณะที่รู้ไม่จริงไปนินทาว่าร้าย ว่าผิดหลักการธุดงค์ แต่เขาไม่เข้าใจว่า ธุดงค์มีถึง ๑๓ ประการ ด้วยกัน เช่น   รุกขมูลิกังคะ หมายถึง การอยู่โคนไม้ ตามป่าตามเขาเป็นวัตร เตจีวริกังคะ ถือทรงไตรจีวร        ผ้า ๓ ผืน เป็นวัตร เอกาสนิกังคะ ฉันมื้อเดียวเป็นวัตร อย่างนี้เรียกว่าเป็นธุดงค์ทั้งนั้น 


    ในเรื่องนี้คนที่ไม่เข้าใจก็นึกว่าธุดงค์จะต้องเข้าป่า ไปเดินอยู่ในป่า นอนกลางดิน กิน    กลางทราย ธุดงค์นั้นประพฤติปฏิบัติเอกาสนิกังคะ ฉันมื้อเดียวก็เป็นธุดงค์ เตจีวริกังคะ หมายถึง ห่มผ้า ๓ ผืน ก็เป็นธุดงค์ รุกขมูลิกังคะ ก็เป็นธุดงค์ และที่วัดพระธรรมกายทำโครงการธุดงค์  ธรรมชัย เขาก็เรียกว่าประพฤติปฏิบัติธุดงค์ แต่จะให้ครบทั้ง ๑๓ ประการ เป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นการปฏิบัติธุดงค์ ฉันมื้อเดียวก็เป็นธุดงค์ ห่มจีวร ๓ ผืน ก็เป็นธุดงค์ เป็นต้น


    ธุดงค์นั้น คือ องค์เป็นเครื่องกำจัดกิเลส ถ้าหากประพฤติปฏิบัติได้แล้ว กิเลสที่หนาจะได้บรรเทาเบาบาง ตามที่ท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาจารย์ได้กล่าวว่า พวกที่มาบวชนี้ บางรูปก็ตั้งใจจะบวชแค่ไม่กี่วัน แต่พอออกเดินทางปฏิบัติธุดงค์แล้ว บางรูปมีจิตเลื่อมใสอยากจะอยู่ต่อไปอีก อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั้งหลายไม่รู้ไม่เห็นจริง ก็เอาไปเป็นเครื่องติฉินนินทาว่าร้าย        การนินทาสรรเสริญเป็นโลกธรรม คนไม่ชอบทำดีก็ว่าชั่วอะไรทำนองนี้ 


    ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีนอกจากชนะใจตนเองแล้ว ยังชนะใจของคนไม่ใช่      เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน อาจจะเรียกว่าครึ่งโลกหรือเต็มโลกก็ได้ วิชชาธรรมกายไปอยู่ที่ไหนก็จะทำให้คนมีจิตศรัทธา และปฏิบัติเพื่อกำจัดโลภ โกรธ หลง อันนี้ควรแก่การอนุโมทนา            ซึ่งอาตมาเองก็ได้ไปในที่ที่ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีไปก่อร่างสร้างวัดไว้ โดยส่งพระภิกษุ      ที่เป็นบริษัท บริวาร ไปเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ทำให้เกิดจิตศรัทธาเลื่อมใส และเมื่อเขานำไปประพฤติปฏิบัติก็ได้ดังที่ว่านั้น แต่บางคนจิตเป็นอกุศลก็กล่าวติติงนินทาว่าร้ายอยู่เรื่อยไป แต่ถ้ามีจิตอันเป็นกุศล เขาควรจะยกมืออนุโมทนา ตรงนี้ก็เรียกว่าโลกธรรม อาตมาเองก็ขออนุโมทนา นี้เป็นเรื่องจริงที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ 


    การอัญเชิญรูปหล่อทองคำหลวงพ่อวัดปากน้ำมาประดิษฐาน ณ วัดโบสถ์บนนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีท่านนับถือยกย่องหลวงพ่อวัดปากน้ำเอาไว้สูงส่ง อะไร ๆ ก็นึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่เสมอ และสร้างรูปหล่อหลวงพ่อเป็นทองคำ ๗ องค์แล้ว ฉะนั้นถ้าไม่ปฏิบัติจริงประพฤติจริงก็คงทำไม่ได้ แต่ท่านทำได้  ก็เพราะว่า สุปฏิบัติ คือ ปฏิบัติดีด้วยกาย วาจา ใจ ด้วยกายนั้นก็เรียบร้อย วาจาก็ไม่ตำหนิ        ติโทษใคร ไม่ติติงใคร ใจนั้นก็ให้อภัยแก่คนที่ตำหนิติเตียน และอนุโมทนากับคนที่ยกย่องสรรเสริญ   อยู่เสมอ ท่านจึงเป็นผู้ที่ควรแก่การอนุโมทนา 

 

 


โอวาทพระเดชพระคุณพระเทพสุวรรณโมลี


ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร


วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘

 

    เจริญพร ศรัทธาสาธุชนผู้มีบุญทุกท่าน วันนี้เป็นอีกโอกาสที่ได้มาร่วมบุญกุศลกับ             วัดพระธรรมกาย โดยการนำของพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี ที่ได้จัดพิธีสำคัญคือการอัญเชิญรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ องค์ที่ ๕ มาประดิษฐาน ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง แห่งนี้ 


    ตามกำหนดการ พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีได้หล่อรูปหล่อหลวงปู่ทองคำ         มีกำหนด ๗ องค์ด้วยกัน เพื่อประดิษฐาน ณ สถานที่สำคัญต่าง ๆ เมื่อปีที่แล้วก็ได้นำไปประดิษฐาน ณ วัดสองพี่น้อง สถานที่เกิดโดยพระวินัย ส่วนสถานที่เกิดโดยรูปกาย คือที่บริเวณบ้านเกิดของหลวงพ่อ ก็นำไปประดิษฐานแล้ว และสถานที่เกิดโดยธรรมกายก็คือ วัดโบสถ์บนแห่งนี้ 


    เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว ทำให้พวกเราเข้าใจว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำหรือหลวงปู่วัดปากน้ำ       ของพวกเรานั้น ท่านเกิดถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรกเกิดมาเป็นคนด้วยรูปกายเนื้อที่บ้านเกิดของท่าน      คือคลอดจากท้องมารดา นี้เป็นการเกิดครั้งแรก เกิดครั้งที่ ๒ คือ เกิดโดยเพศสมณะ เกิดโดย   พระวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำหนดไว้ว่า คนที่จะเกิดเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้นั้น จะต้องมาตามเงื่อนไขของพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดไว้ ตรงนี้เป็นการเกิดครั้งที่ ๒ ของหลวงพ่อ 


    เมื่อหลวงพ่อได้เกิดเป็นพระสงฆ์โดยรูปภายนอกที่วัดสองพี่น้องแล้ว หลวงพ่อก็มาคำนึงเห็นว่า คนเรานั้นจะเกิดมาเป็นอะไรก็ตาม โดยสถานะแล้วจะต้องเป็นให้เท่ากันพร้อมกันทั้งสองอย่าง คือ เป็นทั้งรูปกาย เป็นทั้งจิตใจ เมื่อหลวงพ่อเกิดมาเป็นคน จิตใจของหลวงพ่อนั้นก็มีความเป็นคนโดยสมบูรณ์ คือเกิดในตระกูลที่มีศีลมีธรรม เป็นคนมีศีลมีธรรมมาตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกว่า  มีใจฝักใฝ่อยู่ในศีลธรรมตลอดเวลา เมื่อมีโอกาสที่จะบวชเป็นพระได้  ท่านก็มาบวชเป็นพระ เพราะได้อบรมจิตใจในทางศีลธรรมมาเป็นเวลานาน ทำให้ใจของท่านก่อนที่จะบวชเป็นพระมีความเป็นคนที่สมบูรณ์ คือ เป็นทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจ เป็นคนที่ร่างกายก็คือ มีรูปร่างเป็นคน เป็นคนที่จิตใจก็คือ มีศีลธรรม ซึ่งเป็นจิตใจของคน หลวงพ่อก็เป็นคนโดยสมบูรณ์มาตลอด


    เมื่อมาบวชเป็นพระสงฆ์แล้ว หลวงพ่อก็คำนึงว่าจะต้องพยายามหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ใจเป็นพระด้วย เพราะการจะได้บุญได้กุศลมาก ๆ ในการบวชพระ ต้องทำใจให้เป็นพระ ท่านก็พยายามแสวงหาวิธีที่จะนำใจของท่านให้เข้าถึงความเป็นพระให้ได้ นั่นก็คือ การปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนาไปเรื่อย ๆ 


    การเป็นพระจะมีอาการที่ตัวเองกำหนดรู้ได้ว่า ๑. ใจเป็นพระ ใจต้องสงบ ๒. ใจเป็นพระ ใจต้องเยือกเย็น ๓. ใจเป็นพระ ใจต้องปลอดโปร่ง สงบ เย็น ถ้าเข้าถึงจุดนี้ได้ใจก็จะเป็นพระ หลวงพ่อก็ปฏิบัติให้เข้าถึงจุดนี้มาตลอดระยะเวลา จนกระทั่งได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดโบสถ์บนแห่งนี้ และในที่สุดท่านก็เจริญภาวนาจนใจเข้าถึงพระธรรมกาย เกิดความสงบ ความเย็น ความสว่างไสว ความปลอดโปร่ง ในใจท่านเป็นพระ ท่านเข้าถึงความเป็นพระ เรียกว่าท่านเป็นพระสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปกายภายนอก และด้านจิตวิญญาณของท่านก็เป็นพระสำเร็จ เรียกว่าเป็นพระได้เต็มร้อย      ที่วัดโบสถ์บนแห่งนี้ วัดโบสถ์บนจึงได้ชื่อว่าเป็นวัดหนึ่งที่มีคุณูปการ เป็นสถานที่สำคัญ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับหลวงพ่อ ทำให้หลวงพ่อได้มาบรรลุธรรมที่นี่ 


    เมื่อพูดถึงการบรรลุธรรมของหลวงพ่อแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า คนที่มีจิตใจเข้าถึงธรรม คือ เข้าถึงความเย็น ความสงบ ความปลอดโปร่งได้นั้น ความเมตตากรุณาจะเกิดขึ้น เพราะว่าความสบายตรงนี้ถ้าหากว่าใครได้สัมผัสแล้ว จะรู้สึกอยากทำให้คนอื่นได้ด้วย ท่านจึงเผยแผ่วิชชานี้หลังจากได้บรรลุวิชชาธรรมกายที่นี่แล้ว และได้เผยแผ่ครั้งแรกที่วัดบางปลา อำเภอบางเลน    จังหวัดนครปฐม ซึ่งเชื่อว่าคงได้ผลบ้าง แต่คนในยุคนั้นไม่ได้สืบทอดต่อกันมา เลยทำให้วิชชา      ที่หลวงพ่อเผยแผ่ไว้ในช่วงเวลานั้นสูญหายไปในปัจจุบัน 


    ทีนี้เมื่อหลวงพ่อได้บรรลุธรรม ได้เผยแผ่ธรรมะ ท่านก็มาตั้งหลักในการที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายที่มั่นคงที่วัดปากน้ำ ท่านพยายามอบรมสั่งสอนเรื่องวิชชาธรรมกาย พยายามจะให้       คนทั้งโลกเข้าถึงวิชชาธรรมกายให้ได้ จะถึงได้ทั้งหมดหรือไม่ได้ก็ตาม แต่ความปรารถนาของท่านเป็นอย่างนั้น และท่านก็เผยแผ่ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อนจนกระทั่งถึงแก่มรณภาพ และวิชชาธรรมกายก็ไม่ได้แผ่ขยายออกไปยังจุดอื่น ๆ มากเท่าปัจจุบัน


    จนกระทั่งหลวงพ่อของพวกเรา คือ พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีได้เข้ามาบวช และเข้าถึงพระธรรมกาย ได้เรียนวิชชาธรรมกายกับมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านก็เกิดจิตวิญญาณเช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ คืออยากจะให้คนทั้งโลกเข้าถึงด้วย ท่านก็พยายามที่จะเผยแผ่ชนิดเรียกว่าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน 


    ใครจะชอบ ใครจะชัง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในเรื่องชอบเรื่องชังของคนในโลกนี้ เราจะถือเป็นหลักฐานที่ทำให้เกิดความท้อแท้ไม่ได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตามเกิดมาในโลกนี้ จะดีแค่ไหนก็ตาม ก็จะมีคนชอบคนชัง อย่างที่โบราณเขาบอกว่า คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ คนรักก็ชื่นชม ยินดี ปลาบปลื้มใจ เมื่อเห็นพระเห็นเณรมาก ๆ มาเดินธุดงค์ คนที่รักคนที่ศรัทธาก็ปลื้มอกปลื้มใจ สาธุกันกระหึ่ม เรียกว่าก้องฟ้าก้องดิน สำหรับคนที่ไม่ชอบใจก็อาจจะมีติฉินนินทาบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของโลก 


    ที่อยากจะพูดในวันนี้ก็คือ เรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ เรื่องสำคัญที่สุดที่มนุษย์ทุกรูปทุกนาม ทุกคน จะต้องมีก็คือ ความกตัญญูกตเวที ซึ่งเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานที่คนทุกคนต้องมี เพราะทุกคนที่เกิดมาและมีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติในโลก ต้องมีบุพการีเกื้อกูลกันมาก่อน เป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะมาก่อนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากเรารู้ตัวเราเองว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะมีบุพการี           ช่วยอุปการะ เมื่อเรามีบุพการีอุปการะให้เรามาเป็นอย่างนี้ได้ ก็ต้องคิดถึงคุณท่าน และต้องไปตอบแทนท่าน 


    พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนในโลกนี้มี ๓ ระดับ กล่าวให้แคบเข้ามาก็คือ ลูก ลูกก็มี ๓ ระดับ ระดับ ๑ เรียกว่า อภิชาตบุตร ระดับ ๒ เรียกว่า อนุชาตบุตร ระดับต่ำเรียกว่า อวชาตบุตร นี้คือลูกที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในปุตตสูตร เรื่องลูก ๓ จำพวก 


    ถามว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่จะปรารถนาลูกขั้นไหน พระพุทธเจ้าก็ให้คำตอบไว้ว่า อภิชาตบุตร ก็คือ ลูกที่สามารถพัฒนาตัวเอง พัฒนาวงศ์ตระกูลให้สูงส่ง กว้างขวาง ยิ่งใหญ่กว่าที่พ่อแม่เคยทำไว้ 


    อนุชาตบุตรก็คือ ลูกที่รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี ทรัพย์สินมรดกที่พ่อแม่สั่งสมเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ตลอดไป แต่ว่าไม่ได้เพิ่มอะไรขึ้นมามาก 


    ส่วนอวชาตบุตรก็คือ ลูกที่เกิดมาเพื่อทำลายวงศ์ตระกูลของพ่อแม่ 


    ถ้าเราเอาสูตรนี้เข้ามาจับ เราจะเห็นได้ว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำเปรียบแล้วก็เหมือนเป็นพ่อเป็นแม่ของผู้สำเร็จวิชชาธรรมกายทั้งหลายในยุคปัจจุบันนี้ ผู้ที่เข้าถึงวิชชาธรรมกายโดยการเรียนจากหลวงพ่อไปก็ถือว่าเป็นลูกของหลวงพ่อ ลูกของหลวงพ่อก็มีทั้งอนุชาตบุตร หมายความว่า รักษาสำนักไว้ได้ รักษาวงศ์ตระกูล รักษาวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อไว้ได้ ส่วนอภิชาตบุตรนั้นนอกจากรักษาวิชชาธรรมกายไว้ได้แล้ว ยังเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้กว้างขวางยิ่งขึ้นดังเจตนารมณ์ของ   หลวงพ่อ ที่ต้องการให้วิชชาธรรมกายเผยแผ่ไปทั่วโลก แต่ในสมัยนั้นไม่มีสื่อที่จะเผยแผ่ไปทั่วโลกได้ ก็เผยแผ่ได้ในบางส่วนเท่านั้น ไม่กว้างขวางเหมือนในปัจจุบัน 


    เมื่อพูดมาถึงประเด็นนี้ก็จะชี้ให้เห็นว่า หลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนีของเราทั้งหลายนี้ ถ้าจะเปรียบในเรื่องของความเป็นลูก ก็ต้องถือว่าเป็นอภิชาตบุตรของหลวงพ่อวัดปากน้ำ โดยมีเหตุมีผลรองรับมากมาย คือ ท่านสามารถเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ปรากฏไปทั่วโลกในปัจจุบัน ทำให้วิชชาธรรมกายกว้างไกลไปในโลกนี้ ถ้าจะพูดกันถึงวิชาพระพุทธศาสนาที่เป็นที่รู้จักกันในโลกปัจจุบัน คนจะรู้จักพระพุทธศาสนาผ่านวิชชาธรรมกายที่เผยแผ่โดยวัดพระธรรมกายเป็นส่วนมาก 


    เพราะฉะนั้น บุคคลที่ทำให้วิชชาธรรมกายเผยแผ่ไปเต็มโลกอย่างนี้ได้ ต้องถือว่าเป็น อภิชาตบุตรของพ่อแม่ เป็นผู้ที่จะทำให้วงศ์ตระกูลนั้นเจริญมั่นคงรุ่งเรืองสืบไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี การที่หลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนีทำอย่างนี้ ก็ด้วยจิตสำนึกที่ประกอบด้วยความกตัญญูกตเวทีนั่นเอง จะเห็นได้ว่าในจิตในใจของหลวงพ่อธัมมชโยนั้น เพียบพร้อมไปด้วยความกตัญญูกตเวที จึงสามารถทำอย่างนี้ได้ คือสืบสานเจตนารมณ์ตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กระทำไว้นั่นเอง จึงเป็นเรื่องที่ควรอนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่ง

 

 

โอวาทพระเทพญาณมหามุนี
(หลวงพ่อธัมมชโย)


วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘

 

     วันนี้เป็นวันดี เป็นวันสว่าง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา       วิชชาธรรมกาย ที่เราพร้อมใจกันอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร  มาประดิษฐานไว้ในอุโบสถวัดโบสถ์บน บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่บังเกิดขึ้นด้วย   กายธรรมของท่าน โดยการสละชีวิต ไม่ได้ตายเถอะ นิ่งอย่างเดียว จนกระทั่งท่านได้บรรลุธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวของท่าน แล้วท่านก็ค้นพบว่า พระธรรมกายนี้ก็มีอยู่ในตัวของทุก ๆ คน 


    ต่อจากนั้น ท่านก็ได้นำแสงสว่างมาสู่ชาวโลก หลวงปู่ท่านเป็นผู้เปิดโลกนี้ให้สว่างไสวด้วยพระรัตนตรัยภายใน ทำให้มวลมนุษยชาติรู้จักแผนผังของชีวิตภายในว่ามีกายต่าง ๆ ซ้อนกันอยู่ถึง ๑๘ กาย และทำให้เรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องอวิชชา กิเลสอาสวะของพญามาร ทำให้เรามีเป้าหมายชีวิตที่ดี ถูกต้อง สมบูรณ์ เพื่อมุ่งกำจัดกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน หลวงปู่ท่านช่วยปิดประตูอบาย เปิดหนทางสวรรค์และพระนิพพานให้กับเรา ดังนั้นในวันนี้เราจะต้อง   ตั้งใจปฏิบัติธรรมบูชาธรรมท่านให้เป็นพิเศษ เพื่อจะได้เป็นทางมาแห่งมหากุศลอันยิ่งใหญ่ของเรา             และวันนี้ก็เป็นวันมหาปูชนียาจารย์ เป็นวันพระใหญ่ กระแสบุญจากพระนิพพานจะได้หลั่งไหลมาสู่ศูนย์กลางกายของเราอย่างเต็มที่ 


    การที่เราได้ร่วมกันหล่อองค์ท่านเป็นทองคำขึ้นมานี้ ถือเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา     อย่างสูงสุด แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อมหาปูชนียาจารย์ และถือเป็นการประกาศพระคุณของท่านให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ว่าท่านมีความสำคัญอย่างไรต่อโลก รวมทั้งประดิษฐานท่านเอาไว้ให้มนุษย์และเทวาเข้ากราบไหว้ ซึ่งต่อไปในอนาคต เมื่อชาวโลกได้มาศึกษา เรียนรู้ ประวัติการสร้างบารมีของหลวงปู่ โดยศึกษาตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ เขาก็จะเกิดแรงบันดาลใจในการที่จะสร้างบารมี ในการประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัว แล้วชีวิตของเขาก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เจริญขึ้น คือจะพบกับความสุขที่แท้จริง แล้วการขยายงานสร้างสันติสุข     ที่แท้จริงก็จะได้รับการสานต่อ การขยายความรู้อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเรื่องราวของวิชชาธรรมกายก็จะได้รับการสืบทอดกันต่อไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า ตัวเราเองก็จะได้มีส่วนแห่งบุญ     ในการทำให้ชาวโลกได้รู้จัก ได้พบสรณะอันประเสริฐที่แท้จริง ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นผู้ชี้หนทางที่จะเข้าถึงสรณะอันประเสริฐ คือ พระธรรมกายที่อยู่ภายในตัวของเรา ดังนั้นท่านจึงเป็นผู้มีพระคุณต่อเราและชาวโลกเป็นอย่างยิ่ง 


    บุคคลผู้ให้สรณะ ให้ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ถือว่าเป็นบุคคลที่สมควรบูชาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องหล่อรูปท่านด้วยทองคำ ซึ่งเป็นวัตถุธาตุอันบริสุทธิ์ ที่มีคุณค่าคู่ควรกับบุคคล        ผู้มีความบริสุทธิ์ ผู้ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมและคุณวิเศษอย่างหาที่เปรียบมิได้ แล้วอัญเชิญท่าน     มาประดิษฐาน ณ บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ 


    ในวันนี้ เราจะมาตามระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน แล้วมาพร้อมเพรียงกันสร้างประวัติศาสตร์ชีวิตที่งดงาม สิ่งที่เราได้แสดงออกมานี้ เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคุณธรรม คุณวิเศษอันยิ่งใหญ่ของท่าน แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เราจะต้องเดินตามรอยของท่าน โดยปฏิบัติให้ เข้าถึงพระธรรมกายภายในตัวให้ได้ จึงจะได้ชื่อว่าปฏิบัติบูชาอย่างแท้จริง 


    ภาพมหาปีติในวันนี้ เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเป็นเนติแบบแผนให้แก่ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมได้ดำเนินตามอย่างมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ที่ท่านมุ่งศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง จึงเกิดปฏิเวธได้ผล  แห่งการปฏิบัติ และเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปสู่ชาวโลก ซึ่งในวันนี้เราทุก ๆ ท่าน ก็ได้ร่วมสถาปนาอนุสรณ์สถาน สถานที่เกิดด้วยกายธรรมของพระผู้ปราบมารให้บังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว จึงควรแก่การสรรเสริญอนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๔๙ เดือนมีนาคม ๒๕๕๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร