วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ อภิชาตบุตรของพ่อแม่

DOU ความรู้สากล
เรื่อง : พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย ป.ธ. ๙

 

อภิชาตบุตรของพ่อแม่ 

 

 

    เป็นธรรมดาของชายหนุ่มหญิงสาวเมื่อได้ครองรักปักฐานกลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว ย่อมปรารถนาที่จะมีบุตรน้อยไว้เป็นสมาชิกของครอบครัว ท่านกล่าวไว้ว่าความปรารถนาของพ่อแม่ที่อยากได้บุตร เพราะมีความหวัง ๕ ประการ ดังนี้ คือ


 ๑.    บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว จักเลี้ยงตอบแทน


 ๒.    บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว จักทำกิจแทนเรา


 ๓.    วงศ์สกุลของเราจักดำรงอยู่ได้นาน


 ๔.    บุตรจักปกครองทรัพย์มรดกแทนเรา


 ๕.    เมื่อเราละโลกไปแล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้


      บุตร มาจากคำว่า ปุตฺต แปลว่า ลูก มีความหมาย ๒ ประการ คือ 


๑.    ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์  


๒.    ผู้ยังหทัยของพ่อแม่ให้เต็มอิ่ม


    เพราะพ่อแม่รู้ดีว่า วันหนึ่งตนเองต้องแก่และตาย สิ่งที่อยากได้ก็คือ ความปีติ ความปลื้มใจไว้หล่อเลี้ยงใจให้สดชื่น ความปลื้มปีติจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้เห็นผล         แห่งความดี หรือผลงานดี ๆ ที่เราทำไว้ ยิ่งผลงานดีมากเท่าไร ยิ่งชื่นใจมากเท่านั้น แล้วอายุจะยืนยาว สุขภาพจะแข็งแรง เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่จึงเลี้ยงดูบุตรให้ดีที่สุด     เท่าที่จะทำได้ เพื่อหวังจะได้เห็นวงศ์ตระกูลที่สืบต่อไป ทั้งยังเป็นความปลื้มปีติใจ     ยามได้เห็นลูกทำสิ่งดี ๆ                

             
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งประเภทของบุตรไว้ในปุตตสูตรว่ามีอยู่ ๓ ประเภท คือ อติชาตบุตร อนุชาตบุตร และอวชาตบุตร ดังนี้


๑.    อติชาตบุตร หรือ อภิชาตบุตร คือ บุตรที่ดีมีคุณธรรมสูงกว่าบิดามารดา     เป็นบุตรชั้นสูง สร้างความเจริญแก่วงศ์ตระกูล


๒.    อนุชาตบุตร คือ บุตรที่มีคุณธรรมเสมอบิดามารดา เป็นบุตรชั้นกลาง         พอรักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้


๓.    อวชาตบุตร คือ บุตรที่เลว มีคุณธรรมต่ำกว่าพ่อแม่ เป็นบุตรชั้นต่ำ นำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล


    พ่อแม่ทุกคนเมื่อเลี้ยงดูบุตร ย่อมปรารถนาอภิชาตบุตร อภิชาตบุตรนี้ ท่านอธิบายลักษณะไว้ให้เห็นชัดเจนว่า โดยตรงได้แก่ บุตรธิดาผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม       งดเว้นจากบาปทุจริต นับถือพระรัตนตรัย และหมั่นบำเพ็ญทาน รักษาศีล ฟังธรรม เสียสละ มีปัญญา เป็นสัมมาทิฐิ หรือได้บรรลุคุณธรรมสูงกว่าบิดามารดา โดยอ้อมได้แก่ บุตรธิดาที่มีความรู้ ฐานะ อาชีพ และกิริยามารยาทต่าง ๆ ตลอดถึงจิตใจ   เหนือกว่าบิดามารดา เหมือนกับคำไทยที่ว่า “ลูกเทวดามาอาศัยท้องเกิด” ซึ่งมาตรวัดความเป็นอภิชาตบุตร ก็คือ “ศีล” นั่นเอง


    การที่ลูกจะเป็นอภิชาตบุตรได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั้น สำหรับในพระพุทธ-ศาสนา ไม่มีสิ่งใดจะประเสริฐสูงสุดไปกว่าการบวช เพราะการบวชนั้นเป็นการยกฐานะของผู้บวชให้สูงขึ้นทั้งโดยศีลและโดยคุณธรรมทุกประการ ในมิลินทปัญหาท่านกล่าวว่า แม้คฤหัสถ์จะได้บรรลุคุณวิเศษเป็นพระโสดาบัน ก็ควรที่จะกราบไหว้บูชาพระภิกษุสามเณรผู้แม้ยังมีกิเลสอยู่ ด้วยเหตุที่ว่าภิกษุสามเณรเป็นผู้มีสมณกรณียธรรม คือ ธรรมสำหรับสมณะประพฤติ ๒๐ ประการ คือ ๑. เสฏฐะภูมิสะโย มีภูมิอันประเสริฐ              ๒. อัคโคนิยะโม มีความนิยมในกิจอันเลิศ ๓. จาโร มีความประพฤติอันดีงาม             ๔. วิหาโร มีวิหารธรรมและอิริยาบถอันสมควร ๕. สัญญะโม สำรวมอินทรีย์               ๖. สังวะโร สำรวมในปาฏิโมกข์ ๗. ขันติ มีความอดทน ๘. โสรัจจัง มีความสงบเสงี่ยม                    ๙. เอกันตาภิระติ มีความยินดีในธรรมอันแท้ ๑๐. เอกันตะจะริยา มีความประพฤติในธรรมเที่ยงแท้ ๑๑. ปะฏิสัลลินี มีความอยู่ในที่สงัด ๑๒. หิริ มีความละอายแก่บาป            ๑๓. โอตตัปปะ มีความสะดุ้งกลัวบาป ๑๔. วิริยัง มีความเพียร ๑๕. อัปปะมาโท       มีความไม่ประมาท ๑๖. อุทเทโส บอกกล่าวเล่าเรียนบาลี ๑๗. ปะริปุจฉา เล่าเรียนบอกกล่าวอรรถกถา ๑๘. สีลาภิรติ มีความยินดีในคุณธรรม มีศีล เป็นต้น                             ๑๙. นิราละยะตา ไม่มีความอาลัย ๒๐. สิกขาปะทะปาริปูรี ทำให้บริบูรณ์ในสิกขาบท และเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งเพศอันอุดม ๒ ประการ คือ ทรงผ้ากาสาวพัสตร์และมีศีรษะโล้น ซึ่งธรรมทั้ง ๒๒ ประการนี้ หากภิกษุสามเณรสมาทานประพฤติให้บริบูรณ์ ย่อมสามารถก้าวเข้าสู่ภูมิของพระอรหันต์ได้ เมื่อภิกษุสามเณรนั้นเป็นผู้ถึงระหว่างแห่งตำแหน่ง       อันประเสริฐเช่นนี้ จึงเป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์แม้ผู้ได้บรรลุคุณวิเศษจะต้องกราบไหว้บูชาและลุกรับพระภิกษุสามเณรที่เป็นปุถุชน ดังนั้นทันทีที่ลูกชายได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ แม้เพียงในวันนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่บิดามารดาพึงกราบไหว้ เพราะท่านตั้งอยู่ในเพศภาวะและฐานะที่สูงกว่าด้วยศีลและคุณธรรมทั้งปวง


    การบวชจึงเป็นการยกฐานะของบุตรชายให้เป็นอภิชาตบุตรอย่างแท้จริง    ในช่วงภาคฤดูร้อนนี้ จึงขอเรียนเชิญลูกผู้ชายทุกท่านใช้ช่วงเวลานี้เพื่อทำสิ่งอันทรงคุณค่า     และดีที่สุดให้แก่ตนเอง ด้วยการทำหน้าที่เป็นอภิชาตบุตรให้แก่บิดามารดาโดยการบรรพชาเป็นสามเณร และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ภาคฤดูร้อน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งจัดขึ้น ณ วัดและศูนย์อบรมทั่วประเทศ 


    การบวชไม่เพียงได้ชื่อว่าเป็นการทำหน้าที่อภิชาตบุตรเท่านั้น แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นการทำหน้าที่ของพุทธบุตรธรรมทายาทผู้สืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาให้แก่สมเด็จพ่อ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย ลูกผู้ชายทั้งหลายจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดนี้


อ้างอิงจาก GB 102 สูตรสำเร็จการพัฒนาตนเอง 


ปฏิทินกิจกรรมประจำภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๘
ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่                        ๗ มีนาคม ๒๕๕๘
ติวสอบวัดระดับความรู้องค์รวม                ๑๔-๑๕ มีนาคม ๒๕๕๘
สอบวัดระดับความรู้องค์รวม                    ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๔๙ เดือนมีนาคม ๒๕๕๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร