สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง

วันที่ 31 มีค. พ.ศ.2546



.....…วันนี้เป็นวันดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของเรา ที่เราได้ใช้ชีวิตแสวงหาหนทางพระนิพพานเช่นเดียวกับบัณฑิตในกาลก่อน มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นต้น ท่านได้ดำเนินชีวิตอย่างนี้ แสวงหาหนทางของพระนิพพาน ส่วนเรามีชีวิตเป็นฆราวาส เป็นคฤหัสถ์ ต้องทำมาหากิน เราก็แสวงหาหนทางพระนิพพานได้ทุกวัน ทำชีวิตสองระดับให้สมบูรณ์ คือ ชีวิตภายนอกและชีวิตภายใน ชีวิตอย่างละ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นชีวิตสมบูรณ์ถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน อย่างนี้เป็นชีวิตของบัณฑิต

 

......สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ เป็นสิ่งของ จะเป็นร่างกายของเราส่วนต่างๆ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในร่างกายเราหรือห่อหุ้มร่างกายของเราก็ตาม เป็นสิ่งที่อาศัยกันอยู่ชั่วคราว ไม่ใช่สิ่งที่มีสาระแก่นสาร อาศัยกันชั่วคราวเท่านั้น อาศัยเพื่อสร้างบารมี เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวง เหล่านั้นยังมีสภาพที่ไม่เที่ยง ไม่คงที่ ยังเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดสลาย ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทรมาน และยังเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ของความโลภ ความโกรธ ความหลงอยู่ ยังไม่พ้นจากบ่าวจากทาสเขา ไม่เป็นอิสระ ยังไม่ได้เป็นตัวเป็นตนที่แท้จริง ยังตกอยู่ในไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

 

......ร่างกายเราก็ต้องไปสู่จุดสลาย ตั้งแต่คลอดออกจากครรภ์มารดากันเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ เสื่อมลงไปเรื่อยๆ กำลังเดินทางไปสู่จุดสลาย เพราะฉะนั้นเราต้องใช้วันเวลาทุกอณุวินาทีให้คุ้มค่า โดยอาศัยกายที่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานี่แหละ ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แสวงหาสิ่งที่ตรงกันข้าม คือ สิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่เป็นแก่นสารในชีวิต เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข สุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือเลย แล้วก็เป็นอิสระหลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของพญามาร ของกิเลส ของอาสวะ

 

.....สามอย่างนี้รวมอยู่ในพระรัตนตรัย ในพุทธรัตนะ ในธรรมรัตนะ ในสังฆรัตนะ สามอย่างนี้เท่านั้นที่เป็นสาระเป็นแก่นสาร เป็นที่พึ่งและเป็นที่ระลึกอันแท้จริงของเราที่จะทำให้เราสมปรารถนา สมหวังในสิ่งที่เราปรารถนาไว้คือ อยากเป็นอิสระ อยากจะพบความสุขที่แท้จริง อยากจะมีปัญญาบริสุทธิ์เพื่อที่จะได้เข้าใจชีวิตของตัวเองอย่างแจ่มแจ้งในธรรมทั้งปวง

 

.....เมื่อแจ่มแจ้งแล้วเราจะได้มีมหากรุณา แบ่งปันสิ่งที่เราเข้าใจ ได้รู้ได้เห็นนี้ไปยังเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้แหละเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ที่จะทำให้ความปรารถนาของเราสมหวังได้ รัตนะทั้งสามนี้อยู่ในกลางกายเรา โดยมีจุดเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าไปสู่ภายในเพื่อให้เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ

 

.....ผู้ที่จะได้สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องจะต้องเป็นผู้มีหัวใจเช่นเดียวกับพระเจ้าจักรพรรดิ จึงจะมีสิทธิครอบครองสมบัติจักรพรรดิได้ พระเจ้าจักรพรรดิท่านมีใจอย่างไร ในกาลก่อนโน้นท่านมีใจที่ปราศจากความตระหนี่ ไม่หวงแหนทรัพย์ ไม่เสียดายทรัพย์ ความเสียดายไม่มีอยู่ในใจของท่าน ไม่กลัวว่าจะหมดเปลือง ไม่กังวลว่าจะมีกินหรือไม่มีกิน ท่านจะประกอบไปด้วยดวงปัญญา มองการณ์ไกลในภพเบื้องหน้า เพราะท่านมีจุดหมายปลายทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน จะต้องสร้างบารมีให้มาก ให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ทั้ง ๓๐ ทัศ คือตั้งแต่ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขาบารมี มีทานบารมีเป็นเบื้องต้น อุเบกขาเป็นที่สุด แล้วก็สร้างบารมี เอาเบื้องกลาง ถัดไปจนกระทั่งถึงขั้นอุกฤษฏ์เป็นปรมัตถบารมี ๓๐ ทัศ เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ จึงจะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะได้

 

.....การเดินทางไกลไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนั้นยากกว่ายาก คือความยากที่มีมาแล้วในอดีตมากมายเท่าไหร่ การที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนั้นยากกว่านั้นเข้าไปอีก มีความจำเป็นต้องสร้างบารมีแก่ๆ ต้องมีบารมีมาก การจะสร้างบารมีมากต้องสั่งสมบารมีมากๆ ชาติสองชาติไม่ได้ เป็นร้อยเป็นพันชาติได้ ต้องนับชาติไม่ถ้วนทีเดียว บารมีจึงจะเต็มเปี่ยมบริบูรณ์

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร