วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ งานลอยโคมวิสาขประทีป เป็นพุทธบูชา ครั้งแรก ณ ประเทศ มองโกเลีย

เรื่องเด่น
เรื่อง : อุบลเขียว

 

 

       ประเทศสาธารณรัฐมองโกเลีย ผืนดินที่บอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งการครอบครองดินแดนของจักรพรรดิเจงกิสข่านจอมทัพอันยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จนถึงทุกวันนี้ มองโกเลียยังคงเป็นดินแดนที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ใต้แผ่นฟ้า พำนักอาศัยบนที่ ราบอันกว้างใหญ่ไพศาล ภายในบ้านที่มีลักษณะคล้ายกระโจม เรียกว่า "กีร์"ซึ่งสามารถรื้อถอนได้ง่าย เนื่องจากอาชีพเลี้ยงสัตว์และตามความเชื่อของผู้คนที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีคุณค่า มีชีวิต และต่างมีหน้าที่ กระทั่งกรวดหินทุกก้อน ยังเกิดมาเพื่อเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งชาวมองโกลมีหน้าที่นำขึ้นไป กลายเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า มองโกลที่สืบทอด กันมาตั้งแต่โบราณ

 

 

         ภายใต้แสงดาวพร่างพรายท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ บนที่ราบเวิ้งว้างของผืนแผ่นดินมองโกเลีย แฝงไว้ด้วยเรื่องราว แห่งอารยธรรมอันรุ่งเรืองในอดีต ที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยแห่งความเชื่อและความศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน ด้วยประเทศมองโกเลียเคยเป็นดินแดน ที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองมาก่อน ในคราวที่พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น พระพุทธศาสนาได้เข้ามาสู่ดินแดน ไซบีเรียของรัสเซียในสาธารณรัฐตูวาแถบพรมแดนมองโกเลียในปัจจุบัน จนถึงกลางศตวรรษที่ ๑๗ มีการสร้างวัดแห่งแรกขึ้น ประชาชนหันมานับถือพระพุทธศาสนา เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งสำคัญ จากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบสังคมนิยม ทำให้พระพุทธศาสนาถูกทำลายและสูญหายไปเป็นเวลายาวนาน

         แต่แสงแห่งดวงประทีปธรรมยังไม่มอดดับไป เพราะในปีนี้ชาวมองโกเลีย ได้มีโอกาสฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมารุ่งเรือง อีกครั้ง ด้วยการน้อมรำลึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ซึ่งตรงกับวันจันทร์ ที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

         หากจะย้อนภาพแห่งความทรงจำ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ได้ส่งพระภิกษุ คือ พระอาจารย์บัณฑิต วรปัญโญ และ พ.ญ.วราธิป โอทกานนท์ (หมอติ๊บ) หรือที่ เราเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า เจ้าหญิงมองโกลและกัลยาณมิตรชัชวาลย์ เสตถาภิรมย์ (พี่ตั๋ง) หรือ องครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิง ได้เดินทางไปบุกเบิกติดตั้ง จานดาวธรรมดวงแรกของมองโกเลีย ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และในปีถัดมาได้ไปจัดปฏิบัติธรรม โครงการ The Middle Way Meditation Retreat นำโดยพระอาจารย์บุรินทร์ ฐิตกุสโล โดยมีการเปิดกระโจมบ้านกัลยาณมิตรกระโจมแรกของโลกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสแห่งความสุขและความสว่างที่ได้ หลั่งไหลไปสู่จิตใจลูกหลานเจงกิสข่านตลอดมา

           และ ณ วันนี้ ด้วยดำริของพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ที่ต้องการฟื้นฟูคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กลับมาเรืองรอง และสถาปนาให้ชาวมองโกลได้รู้จักคำว่า "วันวิสาขบูชา" จึงได้ส่ง ผู้แทนทีมงานเหล่าลูกพระธัมฯ ร่วมกับพุทธบุตรจากประเทศมองโกเลีย นำโดย ท่านลามะมุงจากัล ร่วมกันจัดงาน "ลอยโคมวิสาขประทีปเป็นพุทธบูชา" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติมองโกล ณ สนามเบสบอล กลางเมืองหลวงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย แผ่นดินที่พระพุทธศาสนาเคยสาดส่องมาแต่ครั้งบรรพกาล

           โดยงานในครั้งนี้ ยังมีวาระสำคัญคือการอัญเชิญองค์พระประธานจากวัดพระธรรมกายซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้เมตตาจัดพิธีบรรจุ พระธาตุบนพระเศียรองค์พระประธาน เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ประเทศมองโกเลีย ในวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ ๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมาอีกด้วยโดยการดำเนินงานจัดขึ้นโดยองค์กร Peaceful Mind Foundation (องค์กรใจเปี่ยมสุข) แห่งประเทศ มองโกเลีย เหล่าพุทธบุตรทั้งไทยและมองโกเลีย ต่างก็ให้ความร่วมแรงร่วมใจกันอย่างมาก มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมองโกเลียทุกแขนง ทั้งหนังสือพิมพ์ หลายฉบับต่างพาดหัวข่าวอย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งผู้บริหารประเทศในคณะรัฐบาลมองโกเลีย ตลอดจนฝ่ายเอกชน ให้เกียรติมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

           ก่อนวันงานทุกคนเตรียมงานกันอย่างขะมักเขม้น ทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ร่วมมือ กันอย่างเหนียวแน่น ตลอดจนชาวบ้านมองโกเลีย นำโดยท่านลามะมุงจากัลมาช่วยกันตั้งแต่หล่อเทียนปักโคมอย่างครึกครื้น เรียกได้ว่าใครว่างเช้าก็มาช่วยตอนเช้า ใครว่างเย็นก็มาช่วยตอนเย็น ไม่มีใคร อยากพลาดบุญสำคัญในครั้งนี้เลยทีเดียว

           การเตรียมงานที่นี่ ต่างจากการปล่อยโคมลอยที่ประเทศไทยมาก เพราะจำกัดทั้งเวลาและภาษา เช่น เมื่อต้องคุยกับชาวท้องถิ่น เราแทบ ไม่ต้องพูดอะไรมากเลยเพราะใช้ภาษามือและภาษาใจสื่อสารกันเป็นส่วนมาก ตลอดเวลาแห่งการรับบุญ จึงต้องหมั่นรักษาใจของเรายิ่งกว่าไข่ในหิน ให้ใสอยู่ตลอดเวลา ห้ามหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียทำงานให้สนุกเบิกบาน ดังคำของท่านลามะมุงจากัลที่ว่า Don"t worry, No problem, I can do it , Go now (ไม่ต้องกังวล ไม่มีปัญหา ผมจัดการได้ ไปกันเดี๋ยวนี้เลย) ซึ่งเป็นประโยคยอดฮิตของทีมงาน ที่ฟังทีไรก็ยิ้มออกทุกที

          ณ สถานที่จัดงาน คือ สนามเบสบอลแห่งชาติ เป็นที่น่าสังเกต คือ มีรูปท่านเจงกิสข่าน ขนาดใหญ่ ปูเรียงด้วยหินสีขาวอยู่บนเชิงเขา ชาวมองโกลเล่าว่า ภูเขาลูกนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองประเทศมองโกเลียอยู่ด้วย จึงเหมือนกับว่าท่านกำลังมองลงมายังพื้นที่จัดงานพอดีเพื่อเป็นพยานแห่งการฟื้นฟูพระพุทธ ศาสนาแบบดั้งเดิม ให้บ้านเกิดของท่านเอง

 

 

           ในที่สุด วันที่ชาวมองโกลเฝ้ารอคอย คือ วันวิสาขบูชา ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็มาถึงโดยได้รับความสนใจ อย่างมากมายเกินความ คาดหมาย เพราะชาวมองโกลทุกคนต้องการเป็นส่วนหนึ่งในบุคคลประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึกไว้

              งานครั้งนี้มีการจัดแสดงนิทรรศการวันวิสาขบูชา เกี่ยวกับพุทธประวัติเป็นภาษามองโกเลีย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่าง มากเพราะแม้แต่ชาวพุทธ ในมองโกเลียเองต่างก็ไม่รู้จักวันวิสาขบูชา หรือแม้แต่วันสำคัญอื่นๆ ทางพระพุทธศาสนาเลย ไม่ว่า จะเป็นวันมาฆบูชา อาสาฬหบูชา ฯลฯ ว่าหมายถึงวันอะไร มีความสำคัญอย่างไร การจัดงานในครั้งนี้ จึงนับได้ว่าเรามาฟื้นฟูพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมให้เกิดขึ้นจริงๆ

           แล้วเวลาสำคัญก็มาถึง คือเวลา ๑ ทุ่ม ตามเวลาท้องถิ่น ทีมงานต้องพบกับสิ่งที่เหลือเชื่อแต่เป็นความจริง คือ คลื่นมหาชนดุจกองทัพมองโกล ในอดีตยกพลขึ้นบกสู่สนามเบสบอลแห่งชาติ เรือนหมื่น เพื่อร่วมพิธีลอยโคมวิสาขประทีปเป็นพุทธบูชา นับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าชาวมองโกลจะให้ความสำคัญและให้ความสนใจ ในวันวิสาขบูชามากถึงขนาดนี้

           เริ่มพิธีเปิดด้วยการแสดงดนตรีแบบพื้นเมือง และการแสดง Mask Dance ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผู้เต้น ต้องสวมหน้ากากมาร่ายรำ เพื่อ ปั่ดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไป และรับสิ่งใหม่อันเป็นมงคล เข้ามาในชีวิต จากนั้นเป็นพิธีมอบองค์พระประธานโดยมีท่านพระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญฺโญ เป็น ผู้แทนพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ กล่าวมอบองค์พระประธานธรรมกาย และท่านลามะ มุงจากัลเป็นผู้รับมอบ และกล่าวขอบคุณมูลนิธิธรรมกายที่ให้การสนับสนุน ทุกอย่างเป็นอย่างดี จากนั้นเป็นพิธีจุดไฟฤกษ์บูชาพระประธาน ซึ่งท่านประธานสงฆ์ได้ส่งมอบไฟฤกษ์ให้กับท่านลามะ แซนดอร์จ ซันดัน เจ้าอาวาสวัดอิ๊กคูเร

           มาถึงช่วงเวลาสำคัญ ท่านประธานสงฆ์ นำสาธุชนชาวมองโกลสวดมนต์ภาษาบาลี นะโมตัสสะ และกล่าวคำขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง และให้ชาวมองโกลกล่าวตาม แล้วต่อด้วยการนำสาธุชนปฏิบัติธรรมเป็นภาษาอังกฤษ และท่านมุงจากัลแปลประโยคต่อประโยคเป็นภาษามองโกเลีย ชาวมองโกลทุกคนต่างนั่งหลับตาน้อมใจตามเสียง ของพระอาจารย์ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เพื่อค้นหาแสงสว่างภายในร่วมกันอย่างน่าชื่นใจทีเดียว สามารถสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์ สงบนิ่ง ราวกับกระแสความชุ่มเย็นแห่งธรรมได้แผ่ไปทั่วทุกอณูของบรรยากาศ จนช่างภาพถึงกับเอ่ยปากชมว่าเดินทางไปงานบุญใหญ่มาหลายประเทศ ยังไม่เคยพบเจอประเทศไหน ที่ชาวพุทธพร้อมใจ กันสงบนิ่งได้ขนาดนี้

 

 

           จากนั้นในเวลา ๓ ทุ่มครึ่ง เมื่อทุกคนใจหยุดนิ่ง อิ่มในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ถึงเวลาจุดโคมวิสาขประทีป เนื่องจากเป็นสิ่งแปลกใหม่ของผู้คนที่นี่ จึงสร้างความตื่นตา และตื่นเต้นอย่างมากมาย ทั้งที่โคมเทียน มีจำนวนกว่าหมื่นโคมแต่ก็ยังแพ้แรงศรัทธาสาธุชน ที่มาร่วมงาน ใครที่ไม่มีโอกาสเข้าไปจุดโคมในสนาม เบสบอล ก็ไปหาซื้อเทียนมาจุดด้วยตัวเองอยู่ด้านนอกรั้ว ซึ่งชาวมองโกลมีความเชื่อมั่นว่า เมื่อได้จุดเทียนให้ส่องสว่างถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว จะพยายามประคองไม่ให้แสงเทียนนั้นดับไปง่ายๆ เสมือนน้อมนำคำสั่งสอนของ พระพุทธองค์ให้ส่องทางสว่างกับชีวิตของพวกเขา

            ต่อจากนั้น ในเวลา ๓ ทุ่ม ๔๕ นาที ถึงเวลา ที่ทุกคนรอคอยคือ"พิธีลอยโคมวิสาขประทีป เป็นพุทธบูชา" ด้วยบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และ ลมสงบ ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศมองโกเลีย ด้วยดวงไฟน้อยๆ จากโคมลอยกว่าสองพันดวง ได้ถูกจุดผ่านมือของ ลูกหลานเจงกิสข่านเป็นครั้งแรกของโลก โคมที่ลอยขึ้นด้วยเปลวแสงอันวาววับ ก็ล้วนหันเหไปสู่ดวงจันทร์เพ็ญ เดือนวิสาขะ ประธานแห่งรัตติกาลในค่ำคืนนั้นด้วย ซึ่งเป็นภาพที่งดงามสร้างความซาบซึ้งใจและปลื้มปีติแบบไม่รู้ลืมให้กับชาวมองโกลจริงๆ แม้เลิกงานแล้วก็ยังไม่มีใคร อยากจะกลับบ้าน ต่างนั่งดูโคมประทีปที่ปักบนพื้น และโคมลอยฟ้าหลายพันดวงด้วยความอิ่มเอมใจ สอบถามชาวมองโกลหลายท่านว่าทำไมยังไม่อยากกลับ เขาบอกว่าปลื้มใจ ดีใจมาก อยากจะทำพิธีบูชาไฟ หลายคนทำพิธีบูชาไฟจนกระทั่งดวงประทีป ทั่วทั้งลานดับหมด เป็นเวลาถึงตี ๑ ตี ๒

           รุ่งเช้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับพาดหัวข่าวใหญ่ของพิธีจุดโคมวิสาขประทีปที่งดงามตระการตา ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ประเทศมองโกเลีย นับได้ว่าเป็น จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงของการพลิกหน้าประวัติศาสตร์อาณาจักรมองโกล ให้กลับมารุ่งเรืองด้วยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันวิสาขบูชา เพื่อแผ่ขยายสันติสุขภายใน และยังสันติภาพโลกใบนี้ให้บังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า ความสำเร็จมา ณ โอกาสนี้..

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 68 มิถุนายน ปี 2551

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร