วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ผู้นำรถ บุคคลสำคัญคู่งานพระศาสน์

บุคคลสำคัญ
เรื่อง : มาตา

 

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

ผู้นำรถ

บุคคลสำคัญคู่งานพระศาสน์

 

    ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “หัวใจคนนั้นเป็นของแปลก หัวใจของคนบางคนใหญ่พอที่จะรองรับมนุษยชาติทั้งหมดเอาไว้ แต่สำหรับคนบางกลุ่ม หัวใจของเขามีหน้าที่  เป็นเพียงปั๊มน้ำขนาดจิ๋ว คอยสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงแขนขาของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถเป็นแหล่งผลิตความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้แม้แต่น้อย”*


    บุคคลสำคัญที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือ ผู้มีหัวใจประเภทแรก ที่มีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ และยืนหยัดอุทิศตนทำประโยชน์แก่ผู้อื่นตลอดมาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการทำหน้าที่ผู้นำรถ ผู้นำบุญ พาคนไปทำความดี


*เสกสรรค์ ประเสริฐกุล. (๒๕๔๙). โลกเปลี่ยนต้องเปลี่ยนโลก. หน้า ๙๙.

 

 


    “ผู้นำรถ” กล่าวสั้น ๆ ก็คือ ผู้นำบุญที่ทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรนำสาธุชนไปสั่งสมบุญที่วัดพระธรรมกาย 


    ภารกิจของผู้นำรถเริ่มจากการชวนคนไปวัดให้ได้จำนวนหนึ่งก่อน จากนั้นจึงไปติดต่อหารถให้พอเหมาะกับจำนวนคน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง 


    ในขณะที่เดินทางไปวัด ผู้นำรถยัง    ทำหน้าที่สร้างบรรยากาศให้ทุกคนอยู่ในบุญตลอดเส้นทาง ด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เล่าธรรมะ พูดคุยแนะนำให้เตรียมตัวทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่วัด 


    เมื่อถึงวัดแล้ว พวกเขายังคอยเอาใจใส่ แนะนำ ดูแล อำนวยความสะดวกแก่ทุกคนอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีในทุก ๆ ด้าน


    หลังเสร็จงานบุญ ผู้นำรถจะพาทุกคนไปขึ้นรถที่จุดจอดรถ ขณะเดินทางกลับก็กล่าวอนุโมทนาบุญ พูดคุยยกใจทุกคนให้แช่มชื่น เบิกบาน และเชิญชวนให้ไปวัดครั้งต่อไป 


    เรียกได้ว่าขณะทำหน้าที่ผู้นำรถ หากมิใช่เวลาหลับตาทำสมาธิแล้ว พวกเขาจะต้องทำเพื่อคนอื่นเกือบตลอดเวลา

     



    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเป็นผู้นำรถ   จะต้องทุ่มเทเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญา มากกว่าสาธุชน      ที่ไปวัดเองตามลำพังหลายเท่า แต่ทุกคนก็ยินดีอุทิศตนทำหน้าที่กัลยาณมิตรผู้นำแสงสว่าง    ไปสู่ชาวโลกตลอดมาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากและอุปสรรคใด ๆ แม้ในช่วงที่มีน้ำท่วมครั้งใหญ่ พวกเขาก็พยายามหาทางพาคนไปวัดจนได้ ซึ่งผลจากความทุ่มเทเสียสละของผู้นำรถปรากฏให้เห็นเป็นภาพสาธุชนจำนวนมหาศาลที่ไปร่วมงานบุญใหญ่ที่วัดพระธรรมกายครั้งแล้วครั้งเล่า


    ดังนั้น ผู้นำรถจึงมิเพียงได้บุญกุศลติดตัวไปมากมายเท่านั้น แต่ยังได้เพิ่มพูนบารมีทั้ง ๑๐ ทัศ อย่างก้าวกระโดดอีกด้วย รวมทั้ง      ได้พัฒนาภาวะผู้นำและศักยภาพในด้านต่าง ๆ เช่น ความกล้าหาญ มนุษยสัมพันธ์ วิสัยทัศน์ ความเสียสละ การให้อภัย ฯลฯ

 

 


    สำหรับแรงบันดาลใจในการเข้ามา    ทำหน้าที่ผู้นำรถนั้น เกิดขึ้นเมื่อผู้นำรถเหล่านี้ไปพบเห็นสภาพแวดล้อมภายในวัดพระธรรมกาย ที่สะอาดสะอ้าน ร่มรื่น พระภิกษุ-สามเณร        นุ่งห่มเรียบร้อย มีเสขิยวัตรที่งดงาม พิธีกรรมงานบุญเป็นระเบียบและพร้อมเพรียง บรรยากาศก็เงียบสงบเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรม พวกเขาจึงนำสิ่งดี ๆ ที่ได้พบปะเจอะเจอในวัดไปเล่าสู่กันฟัง แล้วชักชวนกันไปวัด 


    ด้วยกุศลจิตที่ปรารถนาจะให้คนอื่น   ได้พบสิ่งดี ๆ เหมือนที่ตนเคยพบมา ผู้นำรถกลุ่มแรกจึงเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ และต่อมาก็มีผู้นำรถตามมาอีกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในปัจจุบันมีผู้นำรถ ผู้ช่วย และผู้ประสานงานจัดรถกว่าพันคน และมีจุดออกรถกว่าพันจุด สามารถพาคนไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายได้ครั้งละเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ากว่าครึ่งของสาธุชนที่ไปสั่งสมบุญที่วัดพระธรรมกาย       ใช้บริการของผู้นำรถ

 


    ตราบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ที่ผู้นำรถทั้งหลายพากเพียรทำหน้าที่      อย่างไร้ข้อแม้เงื่อนไข หยัดสู้ฟันฝ่าอุปสรรค  ต่าง ๆ และถึงแม้ในวันนี้หลายคนมีสังขารที่อ่อนล้าลง แต่ใจยังคงแข็งแกร่ง พร้อมที่จะ    ทำหน้าที่ “ผู้นำบุญ ผู้นำรถ ผู้นำสันติภาพโลก” อุทิศตนเพื่องานพระพุทธศาสนาอย่างไม่มีวันปลดประจำการ


    ด้วยเหตุนี้ วัดพระธรรมกายจึงจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้นำรถขึ้น เมื่อ  วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมี     กองบริหารงานผู้นำรถเป็นผู้รับผิดชอบหลัก    ในการดำเนินงาน และพระครูปลัดทวี พฺรหฺมเทโว เป็นประธานคณะกรรมการจัดงาน ทั้งนี้เพื่อ เป็นขวัญกำลังใจ และเพื่อประกาศให้มหาชน      ทั้งหลายรับรู้ถึงคุณธรรมความดีงามของผู้นำรถเหล่านี้
    

๕ 


    โล่ประกาศเกียรติคุณที่มอบแก่ผู้นำรถในครั้งนี้แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ โล่ประเภททีม และ โล่ประเภทบุคคล


    ประเภทที่ ๑ โล่ประเภททีม มอบให้จังหวัด จำนวน ๑๖ จังหวัด ที่มีผู้นำบุญ ผู้นำรถ ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นทีมอย่างเป็นระบบระเบียบ และมีความสมัครสมานสามัคคี จนกระทั่งมีผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยู่ใน  ระดับต้น ๆ ของภูมิภาค โดยมีพระอาจารย์ประธานส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดเป็นผู้แทน      ขึ้นรับโล่จากพระเดชพระคุณพระราชภาวนาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย


รายนามจังหวัดที่ได้รับโล่


๑. จังหวัดนครสวรรค์
๒. จังหวัดราชบุรี
๓. จังหวัดนครราชสีมา
๔. กรุงเทพมหานคร
๕. จังหวัดเชียงใหม่
๖. จังหวัดจันทบุรี    
๗. จังหวัดชลบุรี    
๘. จังหวัดสุรินทร์
๙. จังหวัดอุบลราชธานี            
๑๐. จังหวัดสระบุรี
๑๑. จังหวัดขอนแก่น
๑๒. จังหวัดนครศรีธรรมราช
๑๓. จังหวัดกระบี่
๑๔. จังหวัดสงขลา
๑๕. จังหวัดกาญจนบุรี            
๑๖. จังหวัดลพบุรี  

 

 


    ประเภทที่ ๒ โล่ประเภทบุคคล มอบแก่ผู้นำรถประเภทบุคคลยอดเยี่ยม จำนวน ๖๒ ท่าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นยอดกัลยาณมิตรผู้นำรถ นำพาสาธุชนไปร่วมบุญที่วัดพระธรรมกายทุกงานบุญ ทั้งงานบุญวันอาทิตย์ต้นเดือนและงานบุญใหญ่ทุกงานอย่างตลอดต่อเนื่องอย่างน้อย ๒๐ ปี 


รายนามบุคคลที่ได้รับโล่


๑.   ผู้นำรถทวี เต็มฤกษ์ขจร 
๒.  ผู้นำรถธานี ทองสว่าง
๓.  ผู้นำรถอุทิศ ตันแก้ว           
๔.   ผู้นำรถวีระ ชินทะวัน    
๕.  ผู้นำรถเอกราช สิริวัฒนาพิบูลย์
๖.   ผู้นำรถวิรุฬห์ เมธานราคุปต์    
๗.   ผู้นำรถสมพงษ์ ทุมวงศ์    
๘.  ผู้นำรถบุญคง ศรีธร    
๙.  ผู้นำรถละเอียด นาคสินธุ์    
๑๐. ผู้นำรถสุนิดา เหล่าสารคาม    
๑๑.  ผู้นำรถภิญโญ มหาดไทย
๑๒. ผู้นำรถอำนวย บุญลี
๑๓. ผู้นำรถรุ่งฟ้า แซ่อุ่น    
๑๔. ผู้นำรถแฉล้ม สุขชัย        
๑๕. ผู้นำรถกาญจนา แซ่ล้อ        
๑๖.  ผู้นำรถเสาวลักษณ์ ปิ่นแก้ว    
๑๗. ผู้นำรถจินดา คทาวุธพูนพันธ์    
๑๘. ผู้นำรถพยอม รุ่งโรจน์         
๑๙. ผู้นำรถกรุณา จันทร์สุก        
๒๐.  ผู้นำรถอรุณวดี จึงจิรานนท์ 
๒๑.  ผู้นำรถรังสิมา วิสมล        
๒๒. ผู้นำรถประยูร กว้างทะเล 
๒๓. ผู้นำรถอารียา ใจเที่ยง
๒๔. ผู้นำรถสุนทรี ละแมนชัย 
๒๕. ผู้นำรถมะลิ วงศาสนธิ์
๒๖.  ผู้นำรถเกสินีย์ เพิ่มพูน
๒๗. ผู้นำรถบุญประภา งามเกียรติทรัพย์       
๒๘. ผู้นำรถวิวรรณ พรหมสูตร
๒๙. ผู้นำรถพรทิพย์ รุ่งกรุด
๓๐. ผู้นำรถเสาวคนธ์ เสงี่ยมศักดิ์
๓๑. ผู้นำรถกนกศมน เซ็นกลาง
๓๒. ผู้นำรถกิมเล้ง รางวัลดี
๓๓. ผู้นำรถมนัสนันท์ โอฬารฐิติคุณ 
๓๔. ผู้นำรถจินตนา พานิช
๓๕. ผู้นำรถสุกัญญา รักษาคำ
๓๖. ผู้นำรถพงศ์ลัดดา ป้านสุวรรณ
๓๗. ผู้นำรถวนิดา เชาว์ชาญ
๓๘. ผู้นำรถสมหมาย ไชยเนตร
๓๙. ผู้นำรถจันทรา ปลายเนิน     
๔๐. ผู้นำรถนงคราญ แสงสุกวาว
๔๑. ผู้นำรถสมัย ใจเย็น
๔๒. ผู้นำรถกาญจนา รัตนโสภณ 
๔๓. ผู้นำรถฉวีวรรณ ภิรมย์ชม
๔๔. ผู้นำรถเฉลิมพร เถระพันธ์
๔๕. ผู้นำรถวิมลวรรณ ทองศิลป์    
๔๖. ผู้นำรถอารีย์ สุทธิธนภิญโญ    
๔๗. ผู้นำรถถวล มุลทาเย็น
๔๘. ผู้นำรถอารีย์ คำนารีย์    
๔๙. ผู้นำรถปราณี จารุชาต
๕๐. ผู้นำรถจิราพร โศภิตธรรม
๕๑. ผู้นำรถจันทนา รินมุกดา     
๕๒. ผู้นำรถสุทธินันท์ เกรียงเจริญศิริ
๕๓. ผู้นำรถพัชนี กองนิล
๕๔. ผู้นำรถสุวิมล ชัยวรนิจ
๕๕. ผู้นำรถปรางศิริ ศิริขันธ์
๕๖. ผู้นำรถสมปอง มะดารักษ์
๕๗. ผู้นำรถทองพูน ตั้งไพโรจน์     
๕๘. ผู้นำรถนพพร อินอยู่
๕๙. ผู้นำรถกงใจ โสแสนน้อย
๖๐. ผู้นำรถอาภรณ์ กาญจนะ 
๖๑. ผู้นำรถณัฏฐวดี ปริพัฒน์สกุล
๖๒. ผู้นำรถวิไล มณีวรรณ

 



    สุดท้ายนี้ ขออนุโมทนาบุญผู้นำรถทุกท่าน ทั้งที่ปรากฏนามและมิได้ปรากฏนาม และขอชื่นชมที่ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าในการบำเพ็ญประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นตามคำสอนของคุณยายอาจารย์ฯ ที่ว่า “เราเกิดมาควรทำประโยชน์สักอย่างหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ตัวเอง ถ้าทำให้ตัวเองได้     แล้วยังทำให้คนหมู่มากได้ ชีวิตนี้เกิดมาก็คุ้มแล้ว” 


    ท้ายที่สุด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำความดี และเป็นต้นแบบ     ให้ชาวโลกได้เห็นชัด ๆ ว่า “หัวใจของมนุษย์มิได้มีหน้าที่เป็นเพียงปั๊มน้ำขนาดจิ๋ว ที่คอยสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของตัวเองเท่านั้น” 


อนุโมทนาบุญผู้นำบุญ ผู้นำรถ

โอวาทพระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

 

    ก่อนอื่นขออนุโมทนาบุญกับผู้นำรถทุกท่าน ใครมารับบุญตรงนี้จะรู้ดีว่าต้องใช้ปฏิภาณกับ       ความอดทนขนาดไหน เพราะหลวงพ่อเคยทำหน้าที่นี้มาก่อนตอนยังไม่ได้บวช แต่คิดว่าจะเอาบุญก็อดทนทำไป เรื่องบุญนี้ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลกรู้ดีว่า “บุญ” เป็นที่มาของความสุข ความสำเร็จ          ความเจริญ และสิ่งที่ดีงามทุกชนิด และในกรณีนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ผู้ที่ให้ยานพาหนะเป็นทานก็ดี ผู้จัดรถพาญาติโยมทั้งหลายมาวัด มาทำบุญก็ดี ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้ความสุข ความเจริญ     ความสำเร็จแก่มหาชนคนมีบุญกันอย่างเต็มที่ ฉะนั้นผู้นำบุญผู้นำรถทั้งหลายพึงได้รับอานิสงส์นี้ เพราะว่าถ้าพวกเราไม่จัดรถมาให้ เขาเหล่านั้นก็จะไม่ได้บุญ หรือถ้าได้บุญก็ได้ยาก


    วัดพระธรรมกายมีผู้มาร่วมบุญใหญ่ตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุดของประเทศ จากสุดตะวันตกจนสุดตะวันออกของประเทศ ถ้าไม่มีการจัดรถมาอย่างดี อย่างเป็นระบบ ก็ยากที่ท่านเหล่านั้นจะมาได้ เพราะว่า งานบุญใหญ่ของวัดพระธรรมกายแต่ละครั้งรถติดยาวทั้งขาไปขากลับ ถ้าไม่จัดระบบจัดนำรถกันมาอย่างดี ผู้ที่มาร่วมงานยากที่จะมาถึง บางท่านมาได้เพียงครึ่งทางต้องตัดใจกลับดีกว่า เพราะว่ารถติดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคต้น ๆ ที่เพิ่งสร้างวัด ถนนหนทางไม่ค่อยดี ระบบจราจรยังไม่ค่อยดี ที่จอดรถยังไม่สมบรูณ์เหมือนขณะนี้ ถ้าไม่ได้ท่านผู้นำรถ ยากที่การจัดงานบุญใหญ่ของเราจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี ดังนั้นการที่พวกเราช่วยกันจัดรถมาถือว่าได้สนับสนุนให้เกิดบุญใหญ่ท่วมประเทศ ท่วมโลกกันเลยทีเดียว หลวงพ่อขออนุโมทนาด้วย 


    ผู้นำรถจัดรถมาให้พวกเราจำนวนหมื่นจำนวนแสนคนเวลาเราทำบุญใหญ่กัน พระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งลูกหลานของเราที่มาร่วมทำบุญกัน แค่ลูกหลานของเราบางปีก็ ๓ แสนคน จัดรถกันทีหืดขึ้นคอเพราะต้องทำเต็มที่เต็มกำลัง ใช้สติปัญญา อดตาหลับขับตานอน แล้วบางทีก็โดนเบี้ยวกลางทาง อุบัติเหตุถึงชีวิตก็เคยมี ต้องแก้ไขสถานการณ์กันสุด ๆ จึงทำให้งานบุญใหญ่ของวัดพระธรรมกายลุล่วงมาด้วยดี ถ้าไม่ได้ผู้นำบุญผู้นำรถช่วยกันอย่างนี้จะได้บุญยาก จะได้บุญช้า แล้วในเมื่อได้บุญยาก ได้บุญช้า ก็จะสุขช้า เจริญช้า สำเร็จช้า เพราะว่าบุญ คือ ความสุข ความเจริญ ความสำเร็จ ก็เพราะได้พวกเราผู้นำบุญผู้นำรถทั้งหลาย ความราบรื่นในการสร้างบุญต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น 


    คุณยายท่านเคยปรารภเรื่องนี้เอาไว้ว่า เมื่อท่านออกจากบ้านมานั้น การที่จะไปถึงหลวงปู่           จะเข้าไปทำวิชชากับหลวงปู่ ไม่มีบุญเข้าไม่ถึงเหมือนกัน ถ้าเป็นพระหรือเป็นผู้ชายง่ายกว่า แต่ท่านเป็น   ผู้หญิง เป็นชาวไร่ชาวนา เกิดมาไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ ฉะนั้นการที่จะมาฝากเนื้อฝากตัว มาเรียนธรรมะกับหลวงปู่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณยายเคยบอกว่า “กว่าจะมาถึงหลวงปู่ได้ ยายเหนื่อยแทบตาย เสียเวลาหลายปี” พอมาพบหลวงปู่ครั้งแรก หลวงปู่ก็ทักเชิงตำหนิว่า “เอ็งมาช้าไป” ซึ่งวันนั้นคุณยายมีความรู้สึกว่า เราก็ว่าเรามาเร็วแล้ว แต่หลวงปู่บอกว่ามาช้าไป เพราะว่าถ้าเร็วกว่านั้นจะทำให้การสร้างบารมีของ      หมู่คณะก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่อีกมาก ตอนคุณยายมาถึงก็ใกล้จะสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว หลวงปู่       ต้องเข้าที่ตามตัวผู้ที่สร้างบารมีเป็นทีมร่วมกับท่านเพื่อมาแก้ไขสถานการณ์ แต่กว่าจะตามทีมมาได้ไม่ง่ายเพราะสมัยนั้นการสื่อสารและการขนส่งไม่ง่ายเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ 


    อย่าว่าแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเลย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๔๙๘ หลวงพ่อเข้ากรุงเทพฯ      ครั้งแรก ระยะทางจากกาญจนบุรีถึงกรุงเทพฯ แค่ ๑๒๐ กิโลเมตร ต้องเดินทางวันหนึ่งเต็ม ๆ ออกจากบ้านประมาณ ๖ โมงเช้า มาถึงกรุงเทพฯ แถว ๆ โรงเรียนสวนกุหลาบประมาณ ๕ โมงเย็น แต่เดี๋ยวนี้   รถวิ่งชั่วโมงเดียวถึงแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง การเดินทางจึงหนักหนาสาหัสกว่านี้กว่าคุณยายจะมาถึงหลวงปู่ กว่าจะเข้าไปฝากเนื้อฝากตัวเรียนวิชชาธรรมกายกับหลวงปู่ จึงเสียเวลา     เป็นปี ๆ 


    ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ คุณยายจึงปรารภกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ  คุณครูไม่ใหญ่ของพวกเราว่า “ยายถูกตำหนิว่ามาช้าไป เพราะฉะนั้นยายอยากจะได้บุญใหญ่ในการจัดรถ    นำสาธุชนมาสร้างบุญ” ในสมัยนั้นอย่างที่พวกเราทราบกัน ทุนเริ่มสร้างวัดพระธรรมกายเริ่มต้นที่       ๓,๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้นการจัดรถฟรีมาวัดจึงเป็นเรื่องใหญ่ แต่คุณยายบอกว่าอยากได้บุญ หลวงพ่อก็บอกว่าอยากได้บุญนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็หาทางจัดรถฟรีรับญาติโยมตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเลย   การบอกบุญในเรื่องการจัดรถจึงเริ่มต้นขึ้น แม้จะยากอย่างไรก็ตาม แต่ไม่เคยสะดุดหยุดชะงักแม้สักครั้งทำให้ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัด ลูกหลานของเรา พวกเด็ก ๆ นักเรียนนักศึกษาจึงมาวัดได้ ซึ่งเด็กเหล่านี้     มาจากต่างจังหวัด รายได้น้อย ถ้าไม่ได้รถฟรีอย่างนี้คงมาไม่ถึงวัด เพราะวัดเราในสมัยนั้นอยู่ไกลเต็มที แต่ด้วยดำริของคุณยายที่อยากจะย่นหนทางให้พวกเราได้บุญเยอะ ๆ เข้าถึงธรรมได้เร็ว ๆ คุณยาย      จึงกำหนดให้มีสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แล้ววัดพระธรรมกายก็เลยได้รวบรวมนักสร้างบารมีรุ่นเยาว์จนกระทั่งมาถึงรุ่นยาวในวันนี้ 


    คุณยายเคยบอกว่า “ยายจะเอาบุญย่นหนทางมาวัด ย่นหนทางสร้างบุญ ย่นหนทางสร้างบารมี ย่นหนทางเข้าถึงพระธรรมกาย ย่นหนทางแตกฉานวิชชาธรรมกาย และย่นหนทางไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมได้เร็ว ๆ” คุณยายตั้งผังสำเร็จของบุญนี้ไว้ว่า “ใครมาเป็นผู้นำบุญนำรถมาช่วย ใครตั้งกองทุนยานพาหนะ ให้ได้บุญเยอะ ๆ ให้สุขเร็ว ๆ  เจริญเร็ว ๆ เข้าถึงพระธรรมกายเร็ว ๆ แล้วก็รวยเร็ว รวยทันใจ รวยทันใช้ ไปทุกภพทุกชาติ และติดตามหลวงปู่ ติดตามคุณยาย มาสร้างบารมีไม่ให้ตกไม่ให้หล่นจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมกันทุกคน” 


    หลวงพ่ออยากจะฝากไว้สักนิดว่า บุญบารมีทั้งหลาย นอนเฉย ๆ ไม่ได้นะ ใครที่ไม่เคยมาร่วมบุญจัดยานพาหนะ ลองมาร่วมบุญกับเขาดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่อยากจะฝึกความอดทนต่อการกระทบกระทั่ง มาฝึกเป็นผู้นำรถเถิด ใครอยากเพิ่มขันติบารมี มาสมัครเป็นผู้นำรถแล้วจะได้ขันติแน่ ๆ ใครอยากได้ปฏิภาณมาสมัครเลย หลวงพ่อเคยทำงานตรงนี้มาก่อน ได้มาเยอะเลย...

 

รู้สึกนึกคิด

 

ผู้นำรถทวี เต็มฤกษ์ขจร 
(อายุงาน ๓๓ ปี)
จุดออกรถคลองสาน 
กรุงเทพมหานคร


    ทำหน้าที่ผู้นำรถดูแลสาธุชนตาม      คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคย   บอกว่า “การทำหน้าที่ผู้นำรถที่ดีต้องเล่าธรรมะและพูดยกใจสาธุชนให้อยู่ในบุญตลอดเส้นทาง เวลาไปถึงวัดเขาจะได้ปฏิบัติธรรมได้ง่ายขึ้น”     นอกจากนี้ก่อนออกเดินทาง ท่านให้ขอบารมีธรรม มหาปูชนียาจารย์ให้เดินทางปลอดภัยทั้งไป  และกลับ


    คุณยายอาจารย์ฯ เคยเล่าอานิสงส์   ของการไปวัดทุกวันอาทิตย์ว่า “เป็นผู้ต่ออายุพระพุทธศาสนา จะทำให้เราเป็นผู้มีอายุขัยยืนยาว พบความสุขทุกคืนวัน”

 

ผู้นำรถพยอม รุ่งโรจน์ 
(อายุงาน ๒๙ ปี)
จุดออกรถอำเภอท่าใหม่
จังหวัดจันทบุรี


    ทำหน้าที่ผู้นำรถภูธร เวลาเจอกันทีไร ใจปลื้ม แม้อดหลับอดนอนก็ไม่เฉา อย่างงานบุญมาฆบูชา เราไปถึงวัดเช้ามืด กลับถึงบ้านก็    เช้ามืด พระเดินบิณฑบาตพอดี


    ตลอดระยะเวลา ๒๙ ปี ทำทุกหน้าที่ ทำทุกบุญที่วัดให้มา ไม่ว่าจะเป็นบุญในพื้นที่ บุญจัดรถ ตามคนบวชพระ บวชสามเณร       ทำทุกโครงการไม่มีเว้นวรรค เคยมีคนถามว่า “ทำหน้าที่นำรถไปวัดพระธรรมกายได้เงินเดือนเท่าไร” ตอบว่า “ไม่เคยได้ ออกเองทุกอย่าง ครูบาอาจารย์ท่านสอนดี ท่านสอนให้เราเป็น   ผู้ให้ ไม่ใช่คอยแต่จะรับอย่างเดียว”

 

ผู้นำรถจินตนา พานิช 
(อายุงาน ๒๓ ปี)
จุดออกรถอำเภอโพธาราม
จังหวัดราชบุรี

    
    จากคำสอนของพระเดชพระคุณ    หลวงพ่อที่ว่า “เราดีลำพังไม่ได้” จึงทำหน้าที่ชวนญาติพี่น้อง คนใกล้ตัว และคนรู้จัก          ไปทำบุญที่วัด ตลอดเวลา ๒๓ ปี ที่เราทุ่มเท     ทำหน้าที่ เป็นเวลาแห่งความสุขที่ผ่านไป    อย่างรวดเร็ว


    เราได้ดูแลเขา ชวนให้เขารู้ในสิ่งที่     เรารู้ เป็นผู้ให้โดยไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เราไม่ท้อ ไม่ถอย ไม่ยอมแพ้ เราจะสู้ต่อไป เพราะยังมีคนอีกมากมายไม่รู้จักวัด ไม่มีโอกาสเข้าวัดเหมือนเรา เราจะทำหน้าที่นี้ต่อไปด้วยใจที่มีความสุข

 


ความประทับใจของผู้ใช้บริการรถ


คุณภาณุ วงษ์วรสันต์ 
ขึ้นรถที่จุดออกรถคลองสาน
กรุงเทพมหานคร 


    ประทับใจในความเป็นกันเองของ    ผู้นำรถที่มีอัธยาศัยไมตรี บนรถมีการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เล่าธรรมะตลอดการเดินทาง ขณะอยู่ที่วัดก็นั่งสมาธิรวมกลุ่มกันเป็นทีม ดูแลซึ่งกันและกันตลอด อยากให้รักษาธรรมเนียมปฏิบัติ  ความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความเอื้ออาทร มีจิตใจดูแลซึ่งกันและกันตลอด       ไปครับ

 

คุณกฤษณชน อรุณรัมย์  
จุดออกรถอำเภอสอยดาว
จังหวัดจันทบุรี
 


    ประทับใจที่ผู้นำรถโทร.ชวนไปทำบุญล่วงหน้าทุกอาทิตย์ต้นเดือน และให้ไปชวน    คนอื่น ๆ ไปวัดด้วยกัน


    ขณะเดินทางมีการทำวัตรเช้า-เย็น บอกอานิสงส์ของการบูชาข้าวพระ บนรถมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม ผู้นำรถเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น ชวนไปปฏิบัติธรรม เป็นต้น

 

คุณนภัสสร สุขประเสริฐ 
ขึ้นรถที่จุดออกรถอำเภอโพธาราม
จังหวัดราชบุรี


    ไปวัดกับผู้นำรถได้รับความสะดวก   เป็นอย่างดี รถผ่านหน้าบ้านและส่งกลับถึงบ้าน ผู้นำรถจุดนี้และจุดอื่น ๆ ที่เคยร่วมเดินทาง   มาด้วยเป็นกันเองดี เขาแจ้งข่าวสารงานบุญของวัด ให้ข้อมูลทุกอย่างดีมาก


    อยากให้คนไปวัดทุกวันอาทิตย์ ไป   เติมบุญให้ตัวเอง ให้ประเทศชาติ เป็นกำลังใจให้หลวงพ่อ เป็นกำลังใจให้กันและกันค่ะ

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๕๒ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร