วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ กฐินจักรพรรดิ เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)

 



เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗


             เมื่อรับกฐินจักรพรรดิไปแล้วต้องเบิกบานทุกวันนะลูกนะ เลิกคิดเลยว่า จะทำไม่ได้ ทำไม่ได้ มีเพียงประการเดียวคือ ไม่ได้ทำ วิธีการนั้นมีอยู่ ผู้มีบุญรอคอยเราอยู่ทั่วโลก ย่อลงมาก็ภายในประเทศ ย่อลงมาอีกก็ในถิ่นที่เราอยู่เต็มไป หมดเลย แต่แน่นอนเราต้องเหนื่อยหน่อย ถ้า เราไม่เหนื่อยแล้วเราจะได้บารมีมาจากทางไหน เพราะบุญหล่นทับไม่มี เราได้ศึกษาเรื่องราวของผู้มีบุญในกาลก่อนเขายอมเหนื่อยกัน เขาไม่อยากจะทำง่ายๆ แม้แต่เทวดาผู้มีกายละเอียดเวลาจะสร้างบุญก็ยังต้องยอมเหนื่อยเพื่อจะเอาบารมี

             กฐินปีหนึ่งมีครั้งเดียวเป็นกาลทาน มีอานิสงส์ใหญ่ นอกจากเราจะได้บุญส่วนตัวแล้ว ยังทำให้พระท่านได้รักษาพระวินัยได้ครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นอานิสงส์จึงเป็นพิเศษ

             ดังนั้น เมื่อรับไปแล้วเอาไปตั้งไว้บนหน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วก็สวดมนต์ไหว้พระ เจริญภาวนา
อธิษฐานจิตทุกวันว่า ขอให้เราทำกฐินจักรพรรดิในคราวนี้ให้สำเร็จให้ได้ ให้มีทางมาแห่งโภคทรัพย์ที่เราจะทำให้บรรลุเป้าหมาย บุคคลใดที่เคยสร้างบุญร่วมกับเรา จะอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่เราได้ตั้งใจ อย่างดีแล้ว และบุญที่เคยสร้างร่วมกัน ให้ดลบันดาลให้ได้มาสร้างร่วมกันอีก

             อธิษฐานเสร็จเราก็ออกไปทำหน้าที่ควบคู่กับภารกิจในชีวิตประจำวันที่เราทำมาหากินบ‰างศึกษาเล่าเรียนบ้าง
ก็เหนื่อยหน่อยในการที่จะไปแนะนำ ต้องเดินทาง ต้องพูด ต้องขจัดข้อสงสัย ทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ ทั้งเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ และไม่อยากจะเข้าใจ เราก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใสประทับใจตลอดกาล ยิ้มไปเรื่อยๆ อย่าให้รอยยิ้มจางไปจากใบหน้าของเรา

             อย่าให้ความท้อมีโอกาสแทรกเข้ามาในใจเราแม้แต่เพียงเล็กน้อย ให้นึกถึงพระมหาเถระที่ท่านใช้เวลาถึง ๗ ปี ในการไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับพระนาคเสนมาบวชโดยไม่ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว จากครอบครัวที่เป็นมิจฉาทิฏฐิที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความเป็นจริงของชีวิต เรื่องพระศาสนา แล้วได้รับของแถมมาทุกวัน เมื่อท่านไปยืนบิณฑบาตอยู่ตรงนั้น แต่ท่านไม่ได้บิณฑบาตเอาอาหารนะ ท่านบิณฑบาตเอาคน ไปยืนให้ผู้มีบุญได้มองเห็น ซึ่งในตอน เริ่มต้นชีวิตพลัดไปเกิดในตระกูลมิจฉาทิฏฐิ ได้เห็นอากัปกิริยาของพุทธบุตรที่สงบเสงี่ยม สง่างาม แล้วก็ไม่หวั่นไหวด้วยถ้อยคำและอากัปกิริยาจากสมาชิกภายในครอบครัว มาเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวันไม่ได้ขาดเลยตลอด ๗ ปี ท่านก็ไปยืนอยู่อย่างนั้นทุกวันๆ ไม่ว่าฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฝนตกแดดออกท่านก็ไปยืน ตรงนั้น แล้วก็ได้รับคำตอบนิมนต์ไปข้างหน้าบ้าง หรือไม่ได้นิมนต์หรอกแต่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือหน้าตาและอากัปกิริยาที่ไม่น่าดู แต่ท่านก็ เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะในใจท่านคิดว่าจะต้องนำพระนาคเสนมาให้ได้ เพราะว่าได้รับภารกิจจากมหาสมาคมของหมู่สงฆ์ มอบหมายให้ไปนำพระนาคเสนมาบวชให้ได้ เพราะเป็นเทวบุตร ที่จุติลงมาบังเกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ที่จะยอยกพระพุทธศาสนา

             พระพุทธศาสนา ช่วงใดที่พุทธบริษัท ๔ อ่อนแอ คือ ปล่อยปละเลยไม่สนใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เมื่อไม่สนใจไม่เอาใจใส่ ไม่ให้ความสำคัญ ไปให้ความสำคัญตามกระแสโลก ให้ชาวโลกเขาจูงกันไป พระพุทธศาสนาก็อ่อนแอ

             ศึกสงครามไม่ว่าจะรบกันภายในก็ดี หรือศึกจากภายนอกก็ดี จะไม่อาจทำลายพระพุทธศาสนาลงได้ ถ้าพุทธบริษัท ๔ เข้มแข็ง แต่ถ้าหากแม้ยามสงบแต่พุทธบริษัท ๔ ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง พุทธบริษัทอ่อนแอลง พระพุทธศาสนาก็จะอ่อนแอ เมื่อพระศาสนาอ่อนแอ มิจฉาทิฏฐิก็จะขยายตัวขึ้น โดยเริ่มจากปริมาณน้อย มาสู่กำลังที่ก้ำกึ่งกัน พอเริ่มก้ำกึ่งกันก็เริ่มเปิดตัวบนดินกัน แต่ถ้าเมื่อไรที่เขามีปริมาณมากกว่า ตอนนั้นจะถึงคราวที่พระพุทธศาสนาเฉาลงไป ก็จะเป็นภารกิจที่พระบรมโพธิสัตว์จะต้องจุติลงมา กอบกู้พระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และเทวาทั้งหลาย เพราะฉะนั้นพระมหาเถระจึงต้องมารับภารกิจในการนำพระนาคเสนซึ่งถูกพลัดให้ไปเกิดในตระกูลมิจฉาทิฏฐิต้องไปนำตัวออกมาให้ได้

             ผู้มีบุญพี่น้องวงธรรมะของเราที่พลัดไปอยู่ในตระกูลเหล่านี้ก็มีอยู่ คล้ายๆ กับของพระนาคเสน บางพวกก็พลัดไปอยู่ในพวกมิจฉาทิฏฐิสุดโต่ง บางพวกก็ไปอยู่ในตระกูลที่มิจฉาทิฏฐิ ปานกลาง บางพวกก็ไปอยู่ในตระกูลที่มิจฉาทิฏฐิน้อยๆ บางพวกก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ในตระกูลมิจฉาทิฏฐิ แต่ท่านเหล่านี้จะพลาดโอกาสในการสร้างบุญใหญ่ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขาได้รับรู้สิ่งที่ดีนี้ โดยเฉพาะบุญกฐิน ถ้าเราไม่เดินไปหาเขา เขาจะหมดโอกาสนั้น เขาไม่รู้หรอกว่ากำลังมีบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

             ปัจจัยไทยธรรมนี้จะนำมาสร้างมหารัตนวิหารคด ซึ่งจะจุได้ข้างล่าง ๓๐๐,๐๐๐ ข้างบน ๓๐๐,๐๐๐ ความตั้งใจนั้น ต้องการอยากจะให้ลูกๆ ผู้มีบุญทุกคนทั่วโลกได้มีโอกาสมาทำบุญที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ คือการที่เราจะได้มีโอกาสถวายไทยธรรมกับพุทธบุตรผู้เป็นเนื้อนาบุญ ครั้งหนึ่งเป็นเรือนแสน แสนหนึ่งบ้าง สองแสนบ้าง สามแสนบ้าง ทั้งภายในและต่างประเทศ

             ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีพระภิกษุสามเณรจำนวนมาก ถ้าเป็นบุญของเรา เราก็จะมีโอกาสได้ทำสิ่งเหล่านี้ หลวงพ่อว่าจังหวะนี้เป็นจังหวะเหมาะที่สุดที่จะได้ทำบุญใหญ่ เพราะพุทธบุตรเหล่านั้นนะมีอยู่แล้ว ไม่ใช่ยุคต้นศาสนาที่มีแค่พระปัญจวัคคีย ๕ องค์ ๖ องค์ พร้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือชฎิล ๓ พี่น้องอีกพันกว่า แต่ตอนนี้เรามีถึง ๓๐๐,๐๐๐ รูปในประเทศ แล้วประเทศเพื่อนบ้านนี้อีกจำนวนมาก

             อย่าเพิ่งรีบตาย ให้เราได้ทำบุญใหญ่นี้กันก่อน นอกเหนือจากการปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย ถวายทานทีให้ปลื้มตลอดชาติ นึกทีไรแล้วก็ปลื้ม เล่าให้ใครฟัง คนฟังเขาก็ปลื้ม เล่าให้ลูกหลานฟัง ลูกหลานก็ปลื้ม ก่อนละโลกก็ปลื้ม หลังละโลกก็ปลื้ม ชาวสวรรค์ถามเรา เรายังปลื้ม ลงมาเกิดในมนุษย์อีกระลึกชาติได้เพราะเราอธิษฐานจิตไว้แล้วว่าให้เราระลึกชาติได้ ระลึกชาติได้ก็ปลื้มก็แปลว่าลืมไม่ลงคงไม่ลืมปลื้มกันไปทุกชาติอย่างนี้

             กฐินในคราวนี้เราต้องทำให้สำเร็จนะลูกนะ และมหารัตนวิหารคดก็ต้องสำเร็จให้ได้ ขั้นตอนของการก่อสร้างจะต้องใช้เวลาประมาณปีครึ่ง หรือประมาณหนึ่งปี เรามีเวลาจำกัดในโลกมนุษย์นี้ อย่าไปทำอะไรชักช้า แล้วอย่าไปทำทีละอย่างเลย ทำทีทุกๆ อย่าง เหมือนเรารับประทานอาหาร เราก็ไม่ได้ทานข้าวอย่างเดียว อาหารกายเรายังทานทีหลายๆ อย่าง อาหารใจก็ต้องเอาหลายๆ อย่างเช่นเดียวกัน

             บุญเป็นอาหารของใจ เพราะฉะนั้นสร้างมันทุกอย่างเลย พอเข้าวัดมา เห็นสิ่งก่อสร้างทุกอย่างในวัด นั่นเราก็สร้าง นี่เราก็สร้าง เข้ามาเจอมหาวิหารพระเดชพระคุณหลวงปู่เราก็มีส่วน สภาธรรมกายสากลก็มีส่วน มองไปข้างหลังเจอมหาธรรมกายเจดีย์ก็มีส่วน อาคาร ๖๐ ปี เราก็ทำ มองไปที่พื้นดินเราก็มีส่วน มองไปรอบมหาวิหารคด เราก็ได้สร้าง มองไปทางไหนทุกหนทุกแห่งในวัดเรามีส่วนทั้งหมด ต้องอย่างนี้จึงจะปลื้มนะลูกนะ

             เราจะต้องปลื้มใจแบบมหาอุบาสิกาวิสาขา ที่เมื่อเข้าไปวัดบุพพารามแล้วรำพึงออกมาด้วยความปีติในบุญอย่างนั้น ถึงเรามีฐานะไม่ถึงท่าน เราจะปลื้มยิ่งกว่าท่าน เพราะเราลำบากกว่าท่าน สิ่งใดก็ตามที่เราทำด้วยความยากลำบาก และก็ไม่เคยคิดว่าจะทำได้และใครๆ ก็ไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้ จนกระทั่งบางคนคิดว่าเราดีเกินไปกว่าที่จะเป็นจริงได้ แต่เราทำได้นั่นแหละคือมหาปีติของเราอย่างมหาศาล

             แล้วต้องมีหัวใจอย่างท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ขนาดที่เอาเงินปูเรียงเคียงกันเพื่อซื้อที่ดินสร้างวัด ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในชาติเดียวกันนั้น ท่านเคยเป็นถึง ๒ แบบ คนรวย และคนเคยรวย แต่แม้ยามยากลำบากเพียงใดท่านก็ทำ ก็แปลว่าการสร้างบารมีไม่เกี่ยวว่าจะรวยหรือจะเคยรวยก็ตาม
แล้วยิ่งวันไหนเราทำได้สำเร็จ มหารัตน-วิหารคดเกิดขึ้น พุทธบุตรมาเต็มไปหมด แค่เห็นแค่นั้นเราก็ปลื้มปีติยินดี เดินเหมือนจะเหาะจะลอยได้ เพราะเราเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จได้

             วันใดที่พุทธบุตรมารวมกันได้ วันนั้นก็เป็นสัญญาณที่ดีงามของโลก แสงสว่างจะเกิดขึ้น กับโลกเพราะการรวมกันของพุทธบุตรนั้นไม่ใช่ง่าย จะเกิดขึ้นในยุคที่ผู้มีบุญมาบังเกิดขึ้น เราควรจะเป็นผู้มีบุญที่มาเกิดในยุคนี้ที่สามารถไปกราบอาราธนาพุทธบุตรทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ทั่วโลกให้มาสถานที่ตรงนี้ ทำได้แล้วเราจะปลื้มปีติในบุญ เราควรจะมีส่วนตรงนี้นะลูกนะ

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๒๓ ประจำเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร