วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ สัมภาษณ์พิเศษ : Know How ความสำเร็จ ..ฉบับ ๕ สาวเฮอร์ริเคน

สัมภาษณ์พิเศษ
เรื่อง : ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์   e-mail : r.luck072@gmail.com   ภาพ : เจริญ เพ็ชรกิจ

 

 

       ครอบครัวเรา เริ่มต้นจากความไม่มีมาก่อนเคยขาดกำลังใจ เคยประสบปัญหาธุรกิจหนักๆแต่ก็พลิกผัน มีเงินทำบุญมาก อย่างที่เราเองก็คิดไม่ถึง!!

       ...เคยอ่านหนังสือที่ว่าด้วยการประสบความสำเร็จหลายเล่ม แต่ยังไม่พบเล่มไหนเลย ที่กล้าระบุชัดๆ ว่า ความสำเร็จเกิดได้อย่าง อัศจรรย์ เพราะความอยากทำบุญเป็นจำนวนเงินมหาศาล ดังนั้น ความน่าติดตามของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ว่า ทำไมความสำเร็จ ทางธุรกิจ ของครอบครัวนี้ จึงเกิดด้วยสาเหตุนี้ ทั้งที่พวกเขาเริ่มต้นกันจากความไม่มี จนกระทั่งได้มีสำนักงานทำบัญชี ที่มีงานเข้าแน่นขนัด  ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า "พี ที อาร์ กรุ๊ป จำกัด"

       คุณพรเพ็ญ - คุณพรทิพย์ - คุณพรประไพ - คุณพรประภาและคุณรัตนาแต่งเจริญพานิชย์ ๕ สาวพี่น้องที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัว จนได้รับฉายาว่า "๕ สาวเฮอร์ริเคน"!!

      เรื่องราวที่น่าสนใจของพวกเธอจะเป็นอย่างไร แนวคิดของพวกเธอจะนำมาประยุกต์ใช้กับเศรษฐกิจ ในช่วงนี้ได้หรือไม่
    ...คุณสามารถติดตามได้ ณ บัดนี้

 

   
 
 
 
 
 
 
   


        "พวกเราทุกคนลำบากมาก่อน โดยเฉพาะป๋ากับแม่ทำงานหนักมาก ต้องตื่นตั้งแต่ตี ๓ ตี ๔ มา เตรียมขายอาหาร เปิดร้านโชว ห่วย ทำงานจนขาเจ็บ แต่ก็ไม่เคยปริปากบ่น ..ความสบายหรือคำว่าพักแทบจะไม่รู้จัก พวกเราไม่เคยมีวันหยุด เพราะป๋ากับแม่ ต้องหาเงินเลี้ยงลูกถึง ๗ คน พวกเราต้องช่วย ป๋ากับแม่ทำงานโดยแบ่งหน้าที่กัน ต้องอยู่กันอย่างประหยัดมัธยัสถ์มาก เสื้อนัก เรียนเราก็ต้องใส่ต่อๆ กันจากรุ่นสู่รุ่น โดยจะเลาะอักษรที่ปักอกเสื้อออก แล้วปักชื่อน้องคนที่ใส่ต่อจากเรา เรียกว่าเลาะกันจน พรุนใส่กันจนเหลืองหนังสือเรียนก็ไม่ได้ซื้อใหม่ จะใช้เป็นมรดกตกทอดต่อๆ กัน พอไปโรงเรียนก็ เอามาม่าซองละ ๖ สลึงมาขยำๆมาขายเพื่อนในห้องเรียนเอากำไรมาเป็นค่าขนม กว่าเราจะได้กินอะไรพิเศษก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ต้องแลกด้วยการทำงาน เช่น ช่วยกันขายน้ำอัดลมทีละขวดๆต้องขายจนกว่าจะได้ ๑ ลัง ถึงจะได้กำไร คือ ๑ ขวด และขวดนี้นี่เอง.. เป็นขวดพิเศษที่เราจะได้ มาแบ่งกันกินอย่างทั่วถึง" วิถีชีวิตของคนในครอบครัว ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพี่ชายของพวกเขาได้เข้าวัดคนแรก
       

   
 
 
 
 
 
 
 
 

 

        "ขณะที่พี่ชายของพวกเราเรียนอยู่ เขาก็ได้เข้า ชมรมพุทธฯ ทำให้ได้มาวัดก่อนพี่น้องคนอื่น จากนั้นก็เป็นกัลยาณมิตรชวนทุก คนในครอบครัวเข้าวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ ทำให้เราได้มาวัดกันตั้งแต่ราว ๙ ขวบ ๑๐ขวบคือมาตั้งแต่ยังเล็กๆเขาเป็นพี่ชายที่ดี ที่สุดของพวกเรา คือเรียนเก่ง ประพฤติตัวดี จนทำให้ทุกคนในบ้านทั้งรัก ยอมรับ และให้เขาเป็นผู้นำพวกเราในแทบทุกเรื่องตอนเรามาวัดสมัยนั้น เราไม่มีรถขับมา ต้องโหนรถเมล์กันหลายต่อด้วย ความลำบากกว่าจะมาถึงวัด พอมาถึงแล้ว ก็ไม่ได้มีเงินทำบุญอะไรมากมาย ทำครั้งแรก ๑๐ บาท ๑๐๐ บาทก็ถือว่าเยอะมากสำหรับเราแล้ว และ ด้วยความเคารพในทาน เราจะอธิษฐานนานมาก อธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก นับจากนั้นครอบครัวเราก็มาวัดกันถี่ขึ้นจนเรารู้สึกว่าเราขาดวัดไม่ได้เพราะวัดทำให้เรารู้เป้าหมายของการเกิดมา ทำให้เราเจอสิ่งที่ดีที่สุด ได้พบคำตอบที่เราแสวงหามาทั้งชีวิต อีกทั้งเมื่อทุกคนมาวัดแล้ว ก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ี่ดีขึ้นกันหมด การเรียนก็ดีขึ้น นิสัยก็ดีขึ้น ใจเย็นขึ้นกว่าเดิมมาก"
    
      แต่ทุกชีวิตของครอบครัวนี้ ก็ยังคงขายของ ทำงานแบบไม่มีเวลาพักกับอาชีพเดิมๆ จนกระทั่งพี่ชายของพวกเขาเกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าอย่างหนึ่ง

 

                       
             
             

 

     "ตั้งแต่พี่ชายเราเข้าใจเรื่องการทำบุญแล้ว เขาก็มีความคิดตลอดเวลาเลยว่า อยากทำบุญให้ได้เป็นล้าน ทั้งๆ ที่พวกเราก็ไม่มีเงินกันเขาจึงคิดจะทำธุรกิจเพื่อให้มีเงินทำบุญให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้และที่สำคัญอีกอย่างคือเขาอยากให้ป๋ากับแม่สบายเพราะท่านได้เหนื่อยเลี้ยงพวกเรามาทั้งชีวิตโดยไม่ได้หยุดเลยอยากหาเวลาให้ท่านได้ทำทานรักษาศีลเจริญภาวนาอย่างเดียวเขาจึงยอมเสียสละตัวเองทำงานเป็นเสาหลักของบ้านคนเดียวเพื่อหาเลี้ยงทุกคนและเมื่อทำได้สักระยะเขาก็ลงทุนทำบริษัทนำเข้าจานดาวเทียมแต่เนื่องจากพี่ชายเราเป็นคนเดียวที่จบวิศวะ มีความรู้เรื่องนี้เพียงคนเดียว เขาก็กลัวว่าหากเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว น้องๆที่เป็นผู้หญิงถึง ๕ คนจะทำต่อไม่ได้จึงเริ่มวางแผนให้น้องแต่ละคนไปเรียนเลขา การตลาด การเงิน IT บัญชี คือเรียนให้จบแล้วมาช่วยกันทำสำนักงานทำบัญชีจนทุกอย่างเริ่มลงตัวและกำลังไปได้สวยแต่อยู่ๆพี่ชายของพวกเราก็มาด่วนเสียชีวิตไปอย่างกะทันหันโดยที่ไม่มีใครคาดคิดตอนนั้นทุกคนเคว้งคว้างมากเหมือนขาดเสาหลักของบ้านใจมันหายวับไปเลยทุกคนทำอะไรกันไม่ถูกเหมือนเดินมาเจอทางตันที่มืดสนิทพี่น้องทุกคนกลัวต่างก็วิตกกังวลตลอดเวลาว่าพนักงานทั้งหมดหลายชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบเราจะทำอย่างไรกับพวกเขาพ่อแม่เราจะอยู่อย่างไรเราจะทำกิจการต่อไปได้ไหม

 

 
 
 
 
 
 
 
 
   

 

       เพราะว่าจากเดิมพี่ชายจะเป็นคนคอยตัดสินใจให้ทุกอย่างตอนนั้นเรารู้สึกว่าไม่สามารถนำพาบริษัทไปได้เพราะความไม่พร้อม หลายด้าน คืออายุเรายังน้อย ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ เราไม่พร้อมเลย ลูกน้อง จะเชื่อเราไหมคือ กังวลใจท้อแท้ทุกอย่าง เหมือนทุกคนในบ้านกำลังหมดที่พึ่ง จนทุกคนพร้อมใจกันมากราบหลวงพ่อ ทั้งที่เราก็ไม่ได้มีเงินมากมายมา ถวายท่านแต่ท่านก็เมตตากับครอบครัวของเรามาก ท่านให้กำลังใจเรา บอกพวกเราว่า ให้เราบอกกับ ตัวเองว่าเราทำได้ และทำได้ดีมากๆ ด้วย และกระแสตรงนี้เองจะมีพลังรุกเงียบเข้าไปในใจของ ลูกน้องทุกคน เขาจะเชื่อมั่นและก็จะทำตามผู้นำอย่างเรา ช่วงนั้นพวกเรา ๕ พี่น้อง มาขอกำลังใจคำแนะนำจากหลวงพ่อบ่อยมาก จนเรามีกำลังใจฮึดสู้นำพาธุรกิจให้รุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ได้ และ ทุกครั้งที่เรามีปัญหา เราจะแก้ด้วยการทำบุญถี่ๆ บ่อยๆอย่างสุดกำลัง เพราะคิดว่าหากพวกเราทุกคนไม่มีบุญรองรับธุรกิจเราจะไปรอดไม่ได้เลยจะไม่มีวันประสบความสำเร็จเราตระหนักตรงนี้ดี เพราะดูอย่างหลายๆครอบครัว แม้มีพี่น้องที่มีความสามารถกว่าเราอีก มีความพร้อมกว่าเรามาก  แต่ยังไม่สามารถทำธุรกิจร่วมกันได้ เพราะเขาไม่ได้ทำบุญร่วมกันมา หรือแม้บางคนคิดจะรวย คิดจะมีกิจการ มีแต่ความสามารถ  แต่ไม่มีบุญก็ทำไม่สำเร็จหรือหากเขามีบุญแต่บุญไม่พอ เมื่อเจอวิกฤติ ก็ทำให้ไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะเมื่อบุญไม่พอความคิด  และกำลังใจที่จะสู้ต่อมันก็ไม่มี แต่หาก มีบุญไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหน่วงเพียงใดเราก็จะฝ่าฟันไปได้แล้วจะมีช่องทางมาเองครอบครัวเราซาบซึ้งตรงจุดนี้ดีเพราะเราผ่านตรงนี้มาแล้ว เราเคยเริ่มต้นจากความไม่มี เคยมีอุปสรรค เคยขาดกำลังใจ เคยลูกค้าไม่เข้า เงินชอร์ต เคยมาหมดแล้ว แต่สุดท้ายทุกอย่างก็แก้ได้ด้วยบุญทั้งสิ้น โดยเฉพาะปีที่ผ่านมานี้ เรามีเงินทำบุญได้มากอย่างชนิดที่เราคาดไม่ถึง คือเราตั้งตัวกันได้เร็วมาก ดังนั้นครอบครัวเราจะไม่ประมาทในเรื่องนี้เลย เราจะทำบุญถี่มาก ทุกบุญของหลวงพ่อเราจะรีบทำก่อน และทำไม่ขาดเลยและก็ไม่น่าเชื่อว่ามีเงินเข้าในธุรกิจเรื่อยๆตัวแดงหายไปเร็วมากปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีจนเราต้องขอพูดว่าครอบครัวเรามีทุกวันนี้ได้"เพราะวัดเพราะหลวงพ่อ พวกเราทุกคนรู้สึกซาบซึ้งอย่างไม่รู้จะตอบแทนท่าน อย่างไรได้หมด"

 

   
 
 
 
 
 
 
   


      ตลอดระยะเวลากว่า ๒๓ ปี ที่ครอบครัวนี้เข้าวัด ทุกคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทุกด้านจากชีวิตครอบครัวคนจีนที่รู้จักเพียงการไหว้เจ้า ไปโรงเจปีละครั้ง ทุกวันนี้ทุกคนหันกลับมาเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนา ไปวัดเป็นประจำ จากเดิมที่ต้องลำบากช่วยกันขายของอย่างไม่มีวันหยุดแต่ปัจจุบันมีกิจการที่มีเวลาไปวัดปฏิบัติธรรม อย่างเต็มที่ โดยนอกจากจะกำหนดวันหยุดเหมือนบริษัทอื่นตามปกติแล้ว ยังเพิ่มวันหยุดบริษัท คือ วันที่ ๒๒ เมษายน วันครูธรรมกาย วันทอดกฐิน วันงาน บุญใหญ่ของวัดเพื่อให้ครอบครัวและพนักงานได้ไปวัดกัน และแม้หยุดอย่างนี้้ี้รายได้ก็ไม่เคยตกเลย ซ้ำกลับเพิ่มมากขึ้น จนสามารถทำบุญใหญ่ได้ทุกงาน


และนี่แหละ ..Know How ความสำเร็จ ฉบับ ๕ สาวเฮอร์ริเคน ที่คุณอาจต้องบอกต่อ..!!

 

   
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร