วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ มาฆบูชามหาสมาคม พระธรรมเทศนาของ พระเทพญาณมหามุนี วิ. (หลวงพ่อธัมมชโย)

ทบทวนบุญ ๒

เรื่อง : อัญชลี เรืองจิต

 







 

มาฆบูชามหาสมาคม

เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาของ
พระเทพญาณมหามุนี วิ. (หลวงพ่อธัมมชโย)

วันพุธที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕  

       

        วันนี้เป็นวันมาฆบูชามหาสมาคม วันที่มีความสำคัญต่อตัวเราและชาวโลกเป็นอย่างมาก เมื่อราว ๒,๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีการชุมนุมกันของพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งท่านมาประชุมพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมายกันทางวาจา แต่ทว่ารู้กันด้วยใจของ พระอรหันต์ผู้หมดกิเลส ผู้ทรงอภิญญา และทุกรูปล้วนเป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา

          ในวันนั้นพระพุทธองค์ได้ประทานโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักธรรมแม่บทที่เป็นหัวใจสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปยังความสุขความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้น กับมวลมนุษยชาติ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ เพื่อให้นำหลักธรรมนี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตที่สมบูรณ์ ตามแบบอย่างของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย

         หลักโอวาทปาติโมกข์ประกอบด้วยอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เริ่มต้นอุดมการณ์ด้วยความอดทน ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ความอดทนเป็นตบะธรรมอย่างยิ่ง หมายถึงว่า ผู้ที่จะไปทำหน้าที่เป็นยอดกัลยาณมิตรของโลกจะต้องมีความอดทนเป็นพื้นฐานของคุณธรรม เริ่มตั้งแต่ต้องอดทนต่อความลำบาก ตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อการกระทบกระทั่ง และอดทนต่อกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ถ้าหากอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเหล่านี้ได้ จึงจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปสู่อายตนนิพพานได้

         เหตุที่ทรงสอนให้อดทนอย่างมีเป้าหมายเพื่อไปนิพพานนั้น เพราะทรงเห็นว่า นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม ดังนั้น เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วจะต้องทำพระนิพพานให้แจ้งเท่านั้น และในระหว่างสร้างบารมีก็อย่าไปก่อเวรหรือไปเบียดเบียนใคร ดังพระพุทธดำรัสที่ว่า นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต คือ บรรพชิตผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะผู้สงบเลย เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

         เมื่อทรงให้อุดมการณ์แล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงให้หลักการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตว่า สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสะลัสสูปะสัมปะทา การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

         พูดง่าย ๆ ก็คือ ทรงสอนให้ละชั่ว ให้ทำแต่ความดี แล้วก็ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เพื่อจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วภายในตัวของทุก ๆ คน เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ แล้วล้วนมีพระธรรมกายอยู่ในตัวทั้งสิ้น ซึ่งพระพุทธองค์ทรงมุ่งเน้นให้ทุกคนแสวงหาตัวตน ที่แท้จริงที่อยู่ภายใน เพราะสามารถเป็นที่พึ่งที่ระลึกได้อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

         แล้วต่อจากนั้นก็ทรงให้วิธีการในการเผยแผ่ เพื่อนำไปแนะนำถ่ายทอด และประพฤติ ปฏิบัติให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของชาวโลกต่อไป โดยมีวิธีการตามหลักวิชชาดังต่อไปนี้คือ

         อะนูปะวาโท ไม่ให้เข้าไปว่าร้ายใคร อะนูปะฆาโต ไม่ให้ไปทำร้ายใคร หรือไปขู่บังคับ ให้ใครเขามาเชื่อเรา แต่ต้องให้เขาเกิดความเชื่อที่ถูกต้องตามเหตุและผล จนเกิดความศรัทธาด้วยตัวเอง ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร ให้สำรวมในศีลและมารยาท จะได้ไม่ไปกระทบกระทั่งกับใคร และยังก่อให้เกิดความน่าเคารพเลื่อมใสอีกด้วย มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ให้รู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอดี ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง ให้อยู่ใน เสนาสนะ ที่นอนที่นั่งอันสงบ ที่เอื้ออำนวยต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม และประการสุดท้าย อะธิจิตเต จะ อาโยโค ให้ประกอบความเพียรในอธิจิต คือ หมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำใจให้หยุดให้นิ่ง ให้ใจละเอียดใสบริสุทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เอตัง พุทธานะสาสะนัง นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย บทโอวาทปาติโมกข์นี้มีความสำคัญมาก ไม่ว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นกี่พระองค์แล้วก็ตาม ก็ทรงสั่งสอนอย่างนี้เหมือนกันหมด ตรงกันหมด เหมือนเป็นเนติแบบแผนเดียวกัน

         พุทธโอวาทที่กล่าวมาข้างต้นโดยสรุปนี้ เป็นสิ่งที่ตัวเรา และชาวโลกจะต้องนำไปประพฤติปฏิบัติด้วยความเคารพเอื้อเฟื้อในธรรม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ และต่อโลกใบนี้

         โดยเฉพาะเราเป็นชาวพุทธจะต้องยึดหลักโอวาทปาติโมกข์นี้อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติให้เหมาะสม จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ที่แท้จริง ถ้าหากชาวโลกทุกคนได้ศึกษาความรู้สากลนี้ และได้ปฏิบัติตามหลักโอวาทปาติโมกข์ โลกก็จะบังเกิดสันติสุขที่แท้จริงได้ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกันเหมือนเป็นประดุจครอบครัวเดียวกัน จะมีแต่ความรักและปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง จะรู้จักการให้อภัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน ความรักสากลที่มาพร้อมกับสันติสุขที่แท้จริง ก็จะบังเกิดขึ้นในโลกได้อย่างอัศจรรย์

         ดังนั้น วันนี้จึงเป็นวันสำคัญของโลก ถ้าหากไม่มีวันมาฆบูชา โลกก็จะไม่มีวันรู้จักวิถีแห่งการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องสมบูรณ์ ที่จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บรมสุขได้เลย

         วันนี้เราจึงต้องมาทบทวนโอวาทปาติโมกข์ และระลึกถึงหลักธรรมคำสอนด้วยความเคารพเลื่อมใส แล้วเราก็จะได้ร่วมกันจุดมาฆประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และบูชา พระอรหันต์สาวกทั้งหลาย ซึ่งการบูชาด้วยดวงประทีปนี้ จะทำให้เราเป็นผู้ที่มีจักษุ สมบูรณ์พร้อมทั้งมังสจักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ สมันตจักษุ และธรรมจักษุ เราจะไม่เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา จะมีรัศมีกายสว่างไสว มีดวงปัญญาสว่างไสว และจะได้รู้ทั่วถึงธรรม ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายอีกด้วย

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 114 เมษายน ปี2555

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร