วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ความสำคัญของวันวิสาขบูชา ในมุมที่นักสร้างบารมีควรมอง เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว)

 

 

 

เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา
พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ
(หลวงพ่อทัตตชีโว)

วันพุธที่ ๑๗ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓



             วันวิสาขบูชาเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องราวของพระพุทธองค์เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวพุทธตลอดมา แต่เนื่องจากชาวพุทธไม่ได้มีทั่วทั้งโลก และในอดีตการไปมาหาสู่ติดต่อสื่อสารยังไม่ทั่วถึงกัน เพราะฉะนั้นยังมีอีกหลายภูมิภาคในโลกนี้ ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของชาวโลกทุกๆ คน

             ปัจจุบันนี้ การติดต่อสื่อสารของคนทั้งโลกเป็นไปอย่างทั่วถึง พระกิตติศัพท์ เกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายยิ่งขึ้นทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งองค์การสหประชาชาติเล็งเห็นถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชานี้ จึงมีมติให้ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ เป็นปีแรกที่กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของชาวโลก

             หลวงพ่อจึงขอถือโอกาสทบทวนถึงความ ยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พวกเราได้เกิดกำลังใจที่จะประพฤติปฏิบัติธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

             ให้เราลองนึกย้อนยุคสมัยก่อนพุทธกาล ยุคนั้นความรู้เรื่องศีลธรรมของชาวโลกยังมีไม่มาก มนุษย์แยกไม่ออกว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรบุญ อะไรบาป จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงอุบัติขึ้น แสงสว่างแห่งธรรมจึงได้เริ่มฉายให้กับโลก เข้าสู่จิตใจคน

             เรื่องราวของพระพุทธองค์ถูกบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกอย่างชัดเจน ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ความรู้นี้ทรงคุณค่าแก่ชาวโลกอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังส่องถึงหลักธรรมอันลึกซึ้ง ให้แก่ชาวโลกอย่างยิ่งอีกด้วย

 

             ในพระไตรปิฎกได้บันทึกเรื่องราวก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประสูตินั้น พระพุทธมารดาได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นต้นแบบของการเป็นแม่ให้ชาวโลกรู้ คือ

             ๑. เมื่อพระพุทธมารดาแพ้ท้อง พระองค์อยากจะทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป แทนที่จะทรงนึกอยากเสวยโน่นนี่ หรืออยากทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร ซึ่งผิดจากชาวบ้านทั่วไป

             ๒. จากพื้นฐานที่พุทธมารดารักษาศีลและฝึกสมาธิมามาก ครั้งใดที่ท่านหลับตาทำสมาธิ พระองค์จะทรงเห็นพระโพธิสัตว์ที่อยู่ในครรภ์กำลังนั่งขัดสมาธิอย่างชัดเจน เหมือนอย่างกับพระโพธิ-สัตว์นั่งสมาธิอยู่นอกพระครรภ์

             ๓. ตั้งแต่พุทธมารดาทรงพระครรภ์จะมีโชคลาภตลอดเวลา คือทั้งพระญาติหรือกษัตริย์ตามแว่นแคว้นต่างๆ เมื่อทราบข่าวก็จะส่งบรรณาการมาถวาย

             ๔. พระโพธิสัตว์อยู่ในพระครรภ์ ๑๐ เดือนเต็มพอดี พวกเราที่อยู่ในที่นี้จะตั้งครรภ์ให้ครบ ๑๐ เดือน คงเป็นการยาก ยิ่งแม่บางคนคลอดก่อนกำหนด ต้องถูกผ่าท้องออกมาอีก แต่ในขณะที่ผู้ที่สร้างบุญบารมีมาดี ขณะที่อยู่ในครรภ์รู้สึกสบายทั้งแม่ทั้งลูก

             ๕. เมื่อถึงคราวพระโพธิสัตว์จะประสูติปรากฏว่า พระพุทธมารดาทรงประทับยืน แทนที่จะนอนเหมือนอย่างกับคนอื่นๆ แล้วพระโพธิสัตว์ประสูติโดยเอาพระบาทออกมาก่อน ทันทีที่พระบาทเหยียบถึงพื้น ก็สามารถยืนและเดินได้เลยทันที ซึ่งผิดกับพวกมนุษย์ทั้งหลายเวลาคลอดก็เอาหัวออกมา และยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีก

             ๖. เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติและยืนได้ถนัด แล้ว ทรงเปล่งวาจาได้เลยทันทีว่า "เราเป็นผู้เลิศ ผู้เจริญ ผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ย่อมไม่มีแก่เราอีกแล้ว"

             ๗. ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังประสูติ ได้บังเกิดความสว่างไสวขึ้นในโลกและไกลไปถึงหมื่นโลกธาตุ

             ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา ย้อนกลับมาดูตัวเองกันว่า ในวันที่เรายังอยู่ในท้องแม่และ วันเกิดของเรา มีนิมิตหมายแห่งความดีงามเจริญรุ่งเรืองอย่างนี้บ้างไหม ที่พูดมาทั้งหมดนี้พวกเราแทบจะไม่มีเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเรายังสร้างบุญบารมีมาไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นขอให้เราสร้างบุญบารมีให้เต็มที่ ชาติใดชาติหนึ่งเราคงมีโอกาสอย่างพระพุทธองค์บ้าง

 

 

 

           อันดับต่อมา เราจะย้อนระลึกถึง วันที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ในพระไตรปิฎกได้บันทึกไว้ชัดเจนว่า

             ๑. พระโพธิสัตว์ทรงสละบุคคลอันเป็นที่รักเพื่อแสวงหาอมตธรรม

             เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงพระชนม์ได้ ๒๙ พรรษา ได้มีเรื่องราวที่เป็นตัวอย่าง แสดงถึงจิตใจนักสร้างบารมี คือในวันที่พระองค์จะเสด็จออกบวช คืนนั้น เป็นวันที่พระโอรสของพระองค์คือพระราหุลประสูติเป็นวันแรก ความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่ทั้งหลาย พอเห็นหน้าลูกวันแรกเกิด ก็เกิดความรักเป็นชีวิตจิตใจ อยากให้ลูกเจริญรุ่งเรืองและมีความสุข

             แต่พระโพธิสัตว์ไม่คิดเหมือนกับคนทั่วไป กลับคิดว่า "เรามีความแก่ ความเจ็บและความตายเป็นธรรมดา ยังหาความเป็นอมตะอะไรไม่ได้เลย อีกหน่อยลูกเราก็จะเป็นอย่างนี้เหมือนอย่างกับเรา อย่ากระนั้นเลย ไปหาทางพ้นแก่ เจ็บ ตายให้กับลูกของเราเถิด" แล้วพระองค์ทรงตัดใจจากลูกแล้วก็ออกบวชแสวงหาอมตธรรมเลย

             ๒. วันตรัสรู้ทรงอธิษฐาน ถ้าไม่บรรลุธรรม ขอยอมตาย

             มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกอย่างชัดเจนว่า วันจะตรัสรู้ทรงตั้งจิตอธิษฐานรวมบุญบารมีที่สั่งสมมานับอสงไขยไม่ถ้วนว่า "แม้เลือดเนื้อในร่างกายจะเหือดแห้งหายไป เหลือแต่หนังเอ็นกระดูกก็ตาม หากเรายังไม่ตรัสรู้ธรรม ก็ขอยอมตายไปตรงนี้"

             คืนนั้นเองพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรมไปตามลำดับๆ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมดกิเลสอย่างเด็ดขาดตอนรุ่งสางพอดี

             ๓. วันตรัสรู้ธรรม หมื่นโลกธาตุสว่างไสว
วันที่พระองค์ตรัสรู้ธรรมได้เกิดเหตุอัศจรรย์ คือหมื่นโลกธาตุหวั่นไหว เกิดความสว่างไสวจากรัศมีกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สว่างจับท้องฟ้าแข่งกับรัศมีของดวงอาทิตย์ทีเดียว

 


             ในวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะดับขันธปรินิพพาน เพื่อให้งานของพระองค์สำเร็จลุล่วงทุกขั้นตอนอย่างสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงทำหน้าที่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของชาวโลกไว้อย่างสวยงาม น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือ
เมื่อลูกศิษย์ลูกหา ทั้งพระอรหันต์ พระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มาพร้อมกัน พระองค์ทรงให้โอวาททั้งๆ ที่ทรงพระประชวรอยู่ ซึ่งคนป่วย ส่วนมากเมื่อใกล้จะตาย ยากนักที่จะทำใจให้สงบ หรือกล่าวธรรมะละเอียดลออได้ แต่บรมครูของเราทำได้ พระองค์ให้โอวาทว่า "สังขารคือร่างกายของเราไม่เที่ยง มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

             ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นต้นแบบอย่างดีให้พวกเราได้ทำตาม พระองค์เป็นบรมครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจากอดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน

             หลวงพ่อขอให้พวกเราสร้างบารมีเดินตามรอยพระบาทของพระองค์ อย่างเต็มกำลัง ซึ่งสรุปไว้มีอยู่ทั้งหมด ๔ ประการ ดังนี้

             ๑. ตั้งใจทำทานอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพื่อเป็นเสบียงติดตัวข้ามภพข้ามชาติ
             ๒. ตั้งใจรักษาศีลทั้ง ศีล ๕ ศีล ๘ เพื่อให้กาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์
             ๓. ตั้งใจนั่งสมาธิให้มากๆ จนเข้าถึงธรรม เพื่อให้ใจใสสว่าง
             ๔. เมื่อทำทั้ง ๓ ข้อข้างต้นได้แล้ว จึงจะเกิดปัญญา คือความสงบขึ้นในใจ ที่จะพิจารณาธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

             เสบียง สะอาด สว่าง สงบ เป็นงานที่ พวกเราจะต้องทำกันอย่างสุดชีวิตจิตใจ ใครทำได้จึงจะได้ชื่อว่า เป็นลูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันวิสาขบูชานี้ เราได้มาระลึกถึงการสร้างบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจสำหรับเรา เพื่อให้พวกเรามุ่งมั่นการสร้างบารมีให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เหมือนอย่างกับที่พระพุทธองค์ ทรงทำให้ดูเป็นต้นแบบแล้วนั่นเอง 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๒๐ ประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร