วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ธรรมยาตราฯ วันที่ ๒๕-๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙

ทบทวนบุญ
เรื่อง : มาตา, บทกลอน : อัตตทันต์

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์
พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง
วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

 

วันที่ ๒๕-๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ กิจกรรมดูแลศาสนสถานร่วมกับชุมชน
๑. วัดคลองครุ จ.สมุทรสาคร       ๒. วัดศรีเมือง จ.สมุทรสาคร         ๓. วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุงจ.สมุทรสาคร
๔. วัดอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร     ๕. วัดพระประโทณเจดีย์ วรวิหาร จ.นครปฐม      ๖. วัดไร่ขิง จ.นครปฐม
๗. วัดสรรเพชญ จ.นครปฐม       ๘. วัดทรงคนอง จ.นครปฐม          ๙. วัดหอมเกร็ด จ.นครปฐม
๑๐. วัดบัวแก้วเกษร จ.ปทุมธานี

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๑. วัดคลองครุ จ.สมุทรสาคร
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๒. วัดศรีเมือง จ.สมุทรสาคร
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๓. วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง จ.สมุทรสาคร
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๔. วัดอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๕. วัดพระประโทณเจดีย์ วรวิหาร จ.นครปฐม
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๖. วัดไร่ขิง จ.นครปฐม
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๗. วัดสรรเพชญ จ.นครปฐม
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๘. วัดทรงคนอง จ.นครปฐม
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๙. วัดหอมเกร็ด จ.นครปฐม
 

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๑๐. วัดบัวแก้วเกษร จ.ปทุมธานี

 

วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พิธีจุดประทีปบูชาธรรมพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
พระผู้ปราบมาร บริเวณคลองบางนางแท่น อ.สามพราน จ.นครปฐม

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

     ก้าวไปตามครรลองคลองนางแท่น
พุทธบุตรใจหนักแน่นจิตห้าวหาญ
เวิ้งคลองลัดหลวงปู่ชัดปณิธาน
บวชปราบมารอธิษฐานกลางนาวา
     พุทธบุตรเรือนพันลือลั่นภพ
กายสงบใจสำ รวมร่วมอาสา
สาธุชนใจสุขล้ำธรรมยาตรา
น้อมบูชาแด่หลวงปู่ผู้ปราบมาร.

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ธรรมยาตรา กตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน ๗ แห่ง วันที่ ๒-๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙


โอวาทพระเดชพระคุณพระเทพสุวรรณโมลี
ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
บริเวณคลองบางนางแท่น อ.สามพราน จ.นครปฐม
วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

      สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญขึ้นมาจากความรู้สึกนึกคิดของคนที่มีจิตเป็นบุญเป็นกุศล เดิมสถานที่นี้ไม่เคยมีพระจำนวนเป็นพัน ๆ รูป ไม่เคยมีผู้มีบุญจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นมาชุมนุมกัน เรียกว่าตั้งแต่เกิดเป็นแผ่นดินขึ้นมาก็ว่าได้ ไม่เคยมีคนที่ทรงคุณความดีมีศีลธรรมมาชุมนุมกันที่นี่มากขนาดนี้ แล้วใครที่บันดาลสถานที่นี้ให้เป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ไม่ต้องเฉลยก็รู้ ก็คือครูไม่ใหญ่ของเรา เรื่องที่ไม่น่าจะคิดได้ ก็คิดได้แล้วก็คิดได้ดีด้วย เพราะว่าเรื่องสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญ เป็นเรื่องที่ต้องจดต้องจารึก จึงจะเสริมให้สังคมแต่ละยุคของเราดีงามไปด้วย

       ลองนึกดูว่า พระพุทธศาสนาของเราถ้าไม่มีพระเจ้าแผ่นดินอย่างพระเจ้าอโศกมหาราช ปัจจุบันจะมีอะไรเหลือเป็นหลักฐานยืนยันแสดงความมีอยู่ของพระพุทธเจ้าได้บ้าง ถ้าไม่มีพระเจ้าอโศกมหาราช หลักฐานที่จะบอกให้เรารู้ว่าพระพุทธเจ้ามีจริงจะไม่ปรากฏบนโลกใบนี้ สมัยก่อนเคยถูกวิจารณ์ว่า พระพุทธเจ้าไม่มีจริง แต่พอไปพบหลักฐานที่พระเจ้าอโศกสร้างไว้ เลยรับรองกันทั่วโลกว่าพระพุทธเจ้ามีจริง

        ยุคพระเจ้าอโศก พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วสองร้อยกว่าปี แต่ก็ยังมีหลักฐานที่พูดต่อ ๆ กันมาว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นอะไร ยังมีซากเมืองซากอิฐที่เก่าแก่ พระเจ้าอโศกคิดว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรที่เป็นวัตถุมั่นคงถาวรเอาไว้ ต่อไปภายหน้าก็จะหาร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้ารวมทั้งสังเวชนียสถานไม่พบร่องรอยความมีอยู่ของพระพุทธเจ้าจะสูญหายไป

        สังเวชนียสถานก็คือ สถานที่ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนตัดสินใจทำความดี พวกเราก็เหมือนกันได้ไปยังสถานที่สำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับหลวงปู่ ก็มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น เป็นแรงบันดาลใจที่จะเพิ่มบุญบารมีเพิ่มคุณงามความดี เพิ่มความคิดดี ๆ ให้แก่พวกเราและคนรุ่นหลังต่อ ๆ ไป และทุก ๆ สถานที่ที่ไปนี้ก็เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาทั้งนั้น ที่เราทำในนามของหลวงปู่ แต่ถามว่าที่หลวงปู่เป็นหลวงปู่ขึ้นมาได้เพราะอะไรก็เพราะหลวงปู่เอาคุณพระพุทธเจ้ามาไว้ในตัว อันนี้สำคัญมาก หลวงปู่เอาคุณของพระพุทธเจ้ามาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต จนบรรลุความสำเร็จตามที่ท่านต้องการ แล้วก็เอาแนวทางนั้นมาอบรมสั่งสอนให้บุคคลทั่ว ๆ ไปได้รู้ได้เห็นตาม เรียกว่าให้รู้จักพระพุทธเจ้าผ่านหลวงปู่ อย่างที่เคยบอกไว้ว่า เราจะรู้จักพระพุทธเจ้าได้ก็ต้องผ่านครูบาอาจารย์ เพราะเราเกิดไม่ทันพระพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์ท่านใดพาเราให้ไปพบพระพุทธเจ้าได้ เราก็ยกย่องเทิดทูนบูชา

      จะพูดให้พวกเราปลื้มใจว่า ที่ครูไม่ใหญ่นำพวกเรามาสร้างบารมีกันตรงนี้ ท่านดำเนินรอยตามผู้มีบุญรุ่นเก่า ๆ ต่อ ๆ กันมา เริ่มตั้งแต่พระเจ้าอโศกที่สร้างหลักฐานเป็นอนุสรณ์ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาตามร่องรอยพระพุทธศาสนา ร่องรอยพระพุทธเจ้า พวกเราที่มีส่วนช่วยกันสร้างก็ถือว่าได้สร้างประโยชน์อย่างยิ่งให้แก่พระพุทธศาสนาของเรา นี่ประเด็นหนึ่ง สร้างแล้วดีไหม ตอบว่าดี เพราะจะเป็นที่ที่มีแต่คนมาทำบุญกันครูไม่ใหญ่มาแผ้วถางทางที่จะพาพวกเราไปสู่สวรรค์กัน

     ชีวิตแต่ละชีวิตมีวงจรที่แต่ละคนจะต้องผ่านไปเรื่อย ๆ อย่างพวกเราก็มีวงจรชีวิตและจะต้องผ่านไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม เรื่องวงจรชีวิตในคำสอนของพระพุทธศาสนากับศาสนาอื่นมีความแตกต่างกันศาสนาอื่นมีวงจรชีวิตแค่ ๒ ช่วง คือ ชาตินี้กับชาติหน้า เพราะเขาถือว่าที่ทุกชีวิตเกิดมาในชาตินี้ได้เพราะพระเจ้าสร้างมา ไม่เกี่ยวกับชาติก่อน แต่พระพุทธเจ้าบอกว่า วงจรชีวิตของคนมี ๓ ช่วง คือ ชาติก่อน ชาตินี้และชาติหน้า ที่เรียกว่าวัฏสงสาร คือ ต้องมีชาติก่อนแล้วจึงมีชาตินี้ แล้วถึงจะไปมีชาติหน้า ตรรกะง่าย ๆเราจะเชื่อใคร เราเชื่อไหมว่าเมื่อวานไม่มี วันนี้ไม่ได้มาจากเมื่อวาน หลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนพวกเราเป็นหลักสัจธรรม ตรงกับความจริงสากล ต้องยอมรับกันตรงนี้ว่าวัฏจักรของโลกต้องมีสาม คือ มีอดีตปัจจุบัน และอนาคต มีสองไม่ได้ มันผิดหลัก นี้คือวงจรชีวิต

      ที่พวกเราสร้างบารมีกันก็เพราะเราเชื่อตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอน เพราะชีวิตเรากว่าจะมาถึงวันนี้ต้องผ่านเมื่อวานมาก่อน และจากเมื่อวานจะไปถึงพรุ่งนี้เลยมันไปไม่ได้ ต้องมีวันนี้ก่อนตามวงจรชีวิต ใครจะว่าอย่างไรเราต้องมั่นใจเอาไว้ นรก สวรรค์มีทุกศาสนา แต่ทางที่จะให้ไปนรก สวรรค์ ถ้าไม่เข้าใจพื้นฐานเขาเรียกว่าติดกระดุมผิด มันจะผิดกันไปตลอดแถว เป็นไปไม่ได้ที่วงจรชีวิตจะมีแค่สองวง ชาตินี้กับชาติหน้าซึ่งขัดกับหลักสัจจะของกาลเวลา มันผิดหมด ทางที่จะไปนรก สวรรค์ ก็เลยเพี้ยนไป

       พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า จะไปสวรรค์ได้ต้องให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และทานบารมีเป็นอันดับแรกที่พระพุทธเจ้าสอน แล้วก็สอนเรื่องรักษาศีล เรื่องสวรรค์ สอนเป็นลำดับไป ๑. สอนเรื่องให้ทาน ๒. สอนเรื่องรักษาศีล ๕ หมู่บ้านศีล ๕ ที่สมเด็จฯ ท่านรณรงค์ ก็เป็น ๑ ใน ๕ ของอนุปุพพิกถา ๓. สอนเรื่องสวรรค์แต่เรื่องสวรรค์เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกล้าสอนกันเลย กลัวมีคนมาด่าว่าเอาสวรรค์มาล่อ แต่วัดพระธรรมกายยังกล้าสอนเพราะว่าสวรรค์มีจริง พระพุทธเจ้าก็สอน ในอนุปุพพิกถาก็สอนเรื่องสวรรค์ ถ้าหากยังไปไม่ถึงที่สุดแห่งธรรมมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ก็วนเวียนอยู่ตรงนี้ อย่างที่ครูไม่ใหญ่สอนว่า เกิดชาติใดให้มีเพียบพร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ แล้วก็ใช้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัตินั้นแหละสร้างบารมีไป วันหนึ่งถึงที่สุดแห่งธรรมตอนนั้นก็ไม่ต้องมาพูดกันแล้วเรื่องมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงที่สุดแห่งธรรม แล้วจะไม่ให้สร้างทาน สร้างศีล จะเป็นไปได้อย่างไร คำสอนพระพุทธเจ้าก็หมดนะสิ
 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๖๐ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร