วัฒนธรรมชาวพุทธ มารยาท การดูแลสุขภาพ พิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา


วัฒนธรรมชาวพุทธ-ระเบียบปฏิบัติการไปร่วมงานศพ

ระเบียบปฏิบัติการไปร่วมงานศพ


 ระเบียบปฏิบัติการไปร่วมงานศพ
 
การไปรดน้ำศพ
 
๑. แต่งกายไว้ทุกข์ตามความนิยมของสังคมท้องถิ่นนั้น ๆ
 
 ๒. การรดน้ำศพถือสืบกันมาว่า  ไปขอขมาโทษ  เพื่อจะได้ไม่มีเวรภัยต่อกัน
 
 ๓. นิยมรดเฉพาะท่านผู้มีอายุสูงกว่า หรือรุ่นราวคราวเดียวกันเท่านั้น
 
 ๔. ผู้มีอายุมากกว่าผู้ตาม ก็ไปร่วมงานให้กำลังใจเจ้าภาพ แต่ไม่นิยมรดน้ำศพ
 
 
วิธีปฏิบัติการรดน้ำศพคฤหัสถ์ 
 
๑. ถ้าอาวุโสมากกว่าตน ก่อนรดน้ำศพ นิยมนั่งคุกเข่าน้อมตัวลง ยกมือไหว้ พร้อมกับนึกขอขมาโทษต่อศพนั้นว่า “หากได้ล่วงเกินท่าน ทั้งทางกาย วาจา ใจ ก็ดี ขอท่านโปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
 
๒. เมื่อยกมือไหว้ขอขมาแล้ว ถือภาชนะสำหรับรดน้ำด้วยมือทั้งสอง เทน้ำลงที่ฝ่ามือขวาของศพ  พร้อมกับนึกในใจว่า  “ร่างกายที่ตามแล้วนี้ ย่อมเป็นอโหสิกรรมไม่มีโทษ เหมือนน้ำที่รดแล้วฉะนั้น”
 
๓. เมื่อรดน้ำศพเสร็จแล้ว นิยมน้อมตัวลงไหว้พร้อมกับอธิฐานว่า “ขอจงไปสู่สุคติเถิด”
 
 
วิธีปฏิบัติการรดน้ำศพพระสงฆ์ 
 
๑. นั่งคุกเข่าตามเพศกราบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง พร้อมกับนึกขอขมาโทษว่า “หากได้ล่วงเกินท่าน  ทั้งทางกาย  วาจา  ใจ ก็ดี ขอท่านโปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
 
๒. เมื่อขอขมาโทษเสร็จแล้ว  พึงถือภาชนะด้วยทั้งสองเทน้ำรดลงที่ฝ่ามือขวาของศพ พร้อมกับนึกในใจว่า “ร่างกายที่ตามแล้วนี้ ย่อมเป็นอโหสิกรรมไม่มีโทษเหมือนน้ำที่รดแล้วฉะนั้น”
 
๓. เมื่อรดเสร็จแล้ว กราบเบญจางคประดิษฐ์อีก ๓ ครั้ง พร้อมกับนึกอธิฐานว่า “ขอจงไปสู่สุคติเถิด”
 
 
การไปงานตั้งศพบำเพ็ญกุศล
 
๑. นิยมแต่งกายไว้ทุกข์ตามความนิยมของสังคมท้องถิ่นนั้น ๆ
 
๒.นิยมนำพวงหรีดหรือกระเช้าดอกไม้ แจกันดอกไม้ หรือพวงดอกไม้ อย่างใดอย่างหนึ่งตามควร แก่ฐานะตนไปแสดงความเคารพด้วย
 
การแสดงความเคารพศพของคฤหัสถ์ 
 
๑. ถ้ามีอาวุโสมากกว่าตน นิยมนำพวงหรีดไปด้วย เมื่อวางหวงหรีดแล้ว ถ้าแต่งเครื่องแบบราชการ นิยมยืนตรงโค้งคำนับ ถ้ามิได้แต่งเครื่องแบบ ยืนตรงน้อมตัวลงยกมือไหว้
 
๒. ถ้านำกระเช้าดอกไม้แจกันดอกไม้ หรือพวงหรีดดอกไม้ไปเคารพศพ  เมื่อวางกระเช้าดอกไม้แล้ว นิยมนั่งคุกเข่าราบ ทั้งเพศชายและหญิง จุดธูป ๑ ดอก ประนมมือยกธูปขึ้นจบ ให้ปลายนิ้วชี้อยู่ระหว่าง  คิ้วตั้งจิตขอขมาโทษ (เหมือนดังที่กล่าวไว้แล้ว)
 
๓. เมื่อขอขมาแล้วพึงปักธูป ณ ที่ปัก นั่งพักเพียบหมอบกราบ กระพุ่มมือ (คือนั่งพับเพียบตะแคงตัว ข้างขวาหันหน้าไปทางศพ  วางมือขวาลงก่อน แล้ววางมือซ้ายลงแนบกับมือขวา ประนมมือตั้งอยู่กับพื้น พร้อมกับหมอบให้หน้าผากลงจรด ล้นมือ) พร้อมตั้งใจอธิฐานแล้วลุกขึ้น หมายเหตุ : ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องประกอบเกียรติศพนั้น ผู้ไปเคารพไม่ต้องจุดธูปบูชาศพ
 
 
การแสดงความเคารพศพพระสงฆ์        
 
 ๑. นิยมแต่งกายตามแบบเช่นเดียวกับศพคฤหัสถ์
 
 
๒. เมื่อวางเครื่องสักการะบูชาแล้ว นิยมนั่งคุกเข่าตามเพศ จุดธูป ๑ ดอก ประนมมือยกธูปขึ้นตั้ง ให้ปลายนิ้วหัวแม่มืออยู่ระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดหน้าผากพร้อมกับตั้งใจขอขมาโทษ
 
 
๓. เมื่อขอขมาโทษแล้ว พึงปักธูป ณ ที่ปักธูป กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง พร้อมกับนึกอธิฐาน
 
 
การไปงานเผาศพ
 
 
นิยมแต่งกายไว้ทุกข์ตามความนิยมของสังคมท้องถิ่นนั้น ๆ
 
 
 
ลำดับการขึ้นเมรุเผาศพ
 
 ๑. ถ้าเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ นิยมขึ้นเมรุตามลำดับทางคุณวุฒิ คือผู้มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าขึ้นไปเผาก่อน ผู้มีคุณวุฒิน้อยกว่าขึ้นภายหลัง
 ๒. ถ้าเป็นงานฌาปนกิจศพ นิยมขึ้นเมรุเผาศพตามลำดับทางวัยวุฒิ คือ อายุมากกว่าขึ้นไปเผาก่อนผู้มีอายุน้อยกว่าขึ้นภายหลัง
 
 
 
วิธีปฏิบัติในการเผาศพ
 
 เมื่อขึ้นไปถึงเมรุแล้วนิยมยืนตรง ห่างจากศพประมาณ ๑ ก้าว ถ้าแต่งเครื่องแบบราชการนิยมยืนตรงโค้งคำนับ  ถ้าไม่ได้แต่งเครื่องแบบนิยมน้อมตัวลงยกมือไหว้พร้อมทั้งธูปเทียนดอกไม้จันทน์ในมือ (เฉพาะศพที่มีอายุมากกว่าหรือรุ่นราวคราวเดียวกัน) แล้วตั้งจิตขอขมาโทษ
 
• เมื่อตั้งจิตขอขมาโทษแล้วน้อมตัวลง วางธูป เทียน ดอกไม้จันทน์ที่เชิงตะกอนพร้อมกับพิจารณาถึงความตายว่า “ร่ายกายของเราแม้นี้แล ย่อมถึงความตายเป็นธรรมดาอย่างนี้  มีปกติเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความตายอย่างนี้ไปได้”  จากนั้นยืนตรงโค้งคำนับหรือยกมือไหว้อีกครั้ง แล้วนึกอธิษฐานในใจว่า “ขอจงไปสู่สุคติเถิด”
 
•การที่ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายขึ้นไปทำพิธีเผาศพพร้อมกันนั้น  เป็นพิธีการแสดงความเคารพต่อศพเท่านั้น  ยังไม่ใช่พิธีการเผาศพ  แต่เมื่อเสร็จขั้นตอนแสดงความเคารพศพแล้ว นิยมให้วางศาคณาญาติ  มิตรสหาย  ผู้ใกล้ชิดกับผู้ตายขึ้นไปทำการเผาศพจริงอีกครั้ง  จึงเสร็จพิธีเผาศพบริบูรณ์
 
  
 น่าเสียดายถ้าไม่รู้ 
   
     การเดินขึ้นเมรุ เพื่อวางดอกไม้จันทร์ ควรเดินเรียงแถวขึ้นไป เพื่อความเป็นระเบียบ เรียบร้อยและงดงาม หากเดินขึ้น ๒ แพว จะสะดวกในการวางดอกไม้จันทน์ และการ การลงจากเมรุทางบันไดทั้งสองข้าง อีกทั้งยังจะเป็นแบบแผนที่ดีงามให้แก่อนุชนรุ่น
 
    การไปร่วมงานศพ นอกจากจะไปเพื่อขอขมาโทษแก่ผู้ตาย และการไปให้กำลังใจแก่ญาติของผู้ตายแล้ว ยังเป็นการไปเพื่อเจริญมรณานุสสติ ระลึกถึงความตายว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ความประมาทในชีวิต สักวันหนึ่งต้องเวียนมาถึงเราอย่างแน่นอน ควรเร่งสั่งสมบุญบารมี โดยการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา เพื่อให้ถึงพระธรรมกาย