
อรรถกถา วัจฉนขชาดก
ว่าด้วยเรื่องดาบสเล็บงาม
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภนักมวยปล้ำชื่อ โรชะ
ได้ยินว่า นักมวยปล้ำชื่อโรชะ นั้นเป็นสหายของพระอานนท์. วันหนึ่ง เขาส่งข่าวไปถึงพระเถระเพื่อนิมนต์พระเถระมา. พระเถระจึงทูลพระศาสดาไปหา. เขานิมนต์พระเถระให้บริโภคอาหารที่มีรสเลิศต่างๆ แล้วนั่งอยู่ข้างหนึ่ง กระทำปฏิสันถารกับพระเถระ เชื้อเชิญพระเถระด้วยกามคุณ อันเป็นโภคะของคฤหัสถ์ กล่าวว่า
ข้าแต่พระคุณเจ้าพระอานนท์ รัตนะทั้งที่มีวิญญาณและหาวิญญาณมิได้ที่เรือนของกระผมมีมากมาย กระผมจะแบ่งให้ท่านกึ่งหนึ่ง ท่านจงมาเถิด เราจะครอบครองเรือนอยู่ด้วยกันทั้งสอง.
พระเถระแสดงโทษในกามคุณแก่เขา ลุกจากอาสนะกลับไปยังวิหาร พระศาสดาตรัสถามว่า อานนท์ เธอพบกับโรชะแล้วหรือ
กราบทูลว่า พบแล้วพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า เธอพูดอะไรกับเขา กราบทูลว่า โรชะ เชื้อเชิญให้ข้าพระองค์อยู่ครองเรือน ข้าพระองค์จึงแสดงถึงโทษในการครองเรือน และในกามคุณแก่เขา พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ นักมวยปล้ำชื่อโรชะ มิได้ชักชวนนักบวชให้อยู่ครองเรือนในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนก็ได้ชักชวนแล้วเหมือนกัน
พระอานนท์เถระทูลอาราธนา จึงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสีพระโพธิสัตว์ได้ถือกำเนิดขึ้นในตระกูลพราหมณ์ ชื่อ วัจฉนขะ เมื่อเติบใหญ่ได้ตัดสินใจออกบวชเป็นฤาษีอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลาช้านาน ต่อมาได้ออกเดินทางไปยังกรุงพาราณสี ระหว่างที่ตนจะออกบิณฑบาตได้อาศัยยังพระราชอุทยานก่อน รุ่งเช้าจึงเข้าไปในกรุงพาราณสี

ขณะนั้นนักบวชกำลังออกบิณฑบาตอยู่นั้น พอดีกับมีเศรษฐีท่านหนึ่งได้พบเข้า ได้เกิดความเลื่อมใสในมารยาทของนักบวชผู้นี้ จึงเข้าไปเอ่ยทัก "พระคุณเจ้าท่านมาจากไหน" "เรานั้นเดินทางมาจากป่าหิมพานต์ฝั่งนู้น" "ถ้าอย่างนั้นกระผมนิมนต์ฉันอาหารที่บ้านนะครับ" เมื่อท่านเศรษฐีกล่าวจบได้เดินนำท่านฤๅษีตรงไปยังเรือนของตน แล้วถวายภัตตาหาร รสเริสแด่ท่านฤๅษี จากนั้นได้ขอให้นักบวชอยู่ที่นี่ต่อ "ได้สิ" จากนั้นท่านเศรษฐีคอยปรนนิบัตินักบวชเป็นอย่างดี จนทั้งสองเกิดความรักใคร่ต่อกัน

อยู่มาวันหนึ่งเศรษฐีกรุงพาราณสีได้ เอ่ยกับท่านฤๅษีว่า "การบวชนั้นเป็นทุกข์เราอยากให้ท่านสึก กระหม่อมจะแบ่งสมบัติให้ท่านครึ่งหนึ่ง" แต่นักบวชปฎิเสธ ความพยายามก็หาลดลงไม่ ยังคงชวนฤๅษีให้สึกไปอยู่กับตน พร้อมกับยื่นขอเสนอมากมาย
กระผมนั้นมีเรือนหลังใหญ่ มีเงินมากมาย จะกินอะไรก็กินได้ อาหารบริบูรณ์ ท่านไม่ต้องขวนขวาย จะนอนก็ได้นอนในที่ดีๆ ไม่ลำบากอย่างที่ท่านเป็นอยู่ ชีวิตแบบผมนั้นสบายกว่าเป็นไหนๆ

ลำดับนั้นพระโพธิสัตว์ฟังเศรษฐีแล้วกล่าวว่า "มหาเศรษฐีท่านเป็นผู้ติดอยู่ในกามคุณของฆราวาสและโทษของบรรพชาเพราะความไม่รู้ เราจะกล่าวโทษของฆราวาสแก่ท่าน"

"ฆราวาสไม่มีมานะทำการงานก็ดี ไม่กล่าวมุสาก็ดี ไม่ใช้อำนาจลงโทษผู้อื่น การครองเรือนก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ใครเล่าจะครอบครองเรือนไม่ให้บกพร่อง ช่างแสนยากนัก" ท่านเศรษฐีฟังก็เข้าใจลึกซึ้ง ถึงการบวชกับการเป็นฆราวาส "กระผมขอโทษพระฤาษี ที่ทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์" พระฤๅษีฟังแล้วกลับไปป่าหิมพานต์ตามเดิม
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
เศรษฐีกรุงพาราณสีในครั้งนั้น ได้เป็นนักมวยปล้ำชื่อโรชะ ในครั้งนี้
ส่วนวัจฉนขปริพาชก คือ เราตถาคต นี้แล.