
นานมาแล้ว ในเมืองราชคฤห์ มีครอบครัวเศรษฐีตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งลูกชายของบ้านได้แต่งงานกับหญิงสาวจากต่างเมือง แต่หลังแต่งงานผ่านไปนาน นางก็ยังไม่มีลูกคนในบ้านเริ่มซุบซิบกันลับหลัง“ตั้งแต่นางเข้ามา บ้านเราก็ไม่เจริญเหมือนเดิม”คำพูดเหล่านั้นแทงใจหญิงสาวอย่างแรงจนวันหนึ่ง นางตัดสินใจทำเรื่องใหญ่นางแกล้งทำเป็นตั้งครรภ์เริ่มจากซ่อนเวลามีประจำเดือน แสร้งแพ้ท้อง ทำท้องให้โตขึ้นทีละน้อยแม้แต่สามีเองก็เชื่อสนิท

เมื่อครบเก้าเดือน นางขอเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปคลอดลูกระหว่างทาง ขบวนเกวียนได้หยุดพักใต้ต้นไทรใหญ่ที่ตรงนั้นเอง มีทารกคนหนึ่งถูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้แม่แท้ ๆ ของเด็กเป็นหญิงยากจนที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกต่อ จึงจำใจจากไป

แต่เด็กคนนั้นไม่ใช่เด็กธรรมดาเขาคือพระโพธิสัตว์ที่มาเกิดใหม่หญิงที่แกล้งท้องเห็นเด็กเข้า ก็รีบอุ้มมาแล้วประกาศว่า“เราคลอดลูกแล้ว!”

ทุกคนต่างดีใจ ไม่มีใครสงสัยเด็กคนนั้นจึงถูกพากลับเมืองราชคฤห์ และได้รับชื่อว่า“นิโครธ” ซึ่งแปลว่า “ต้นไทร” วันเดียวกันนั้น ยังมีเด็กอีกสองคนเกิดขึ้นเช่นกันคนหนึ่งชื่อ “สาขะ” เป็นลูกตระกูลเศรษฐีอีกคนชื่อ “โปติกะ” เป็นลูกช่างเย็บผ้า ฐานะยากจนเด็กทั้งสามเติบโตมาด้วยกัน เรียนหนังสือด้วยกัน และกลายเป็นเพื่อนสนิทเมื่อโตขึ้น

ทั้งสามเดินทางไปศึกษาวิชาที่เมืองตักกสิลา ก่อนออกท่องโลกด้วยกันระหว่างเดินทาง พวกเขาไปถึงเมืองพาราณสีพอดีซึ่งตอนนั้นกษัตริย์เพิ่งสวรรคต และกำลังหาผู้มีบุญขึ้นครองราชย์คนใหม่ ตามธรรมเนียมของเมือง จะปล่อย “ราชรถเสี่ยงทาย” ออกไปถ้ารถหยุดตรงหน้าใคร คนนั้นจะได้เป็นกษัตริย์คืนนั้น ทั้งสามนอนพักใต้ต้นไม้ใหญ่ช่วงเช้ามืด โปติกะตื่นขึ้นมาก่อนขณะกำลังนวดเท้าให้นิโครธ เขาก็ได้ยินเสียงไก่สองตัวทะเลาะกันบนต้นไม้ไก่ตัวหนึ่งพูดว่า“ใครกินเนื้อฉัน จะได้ทรัพย์พันหนึ่ง”

แต่อีกตัวกลับพูดว่า“ถ้าใครกินเนื้อฉัน คนหนึ่งจะได้เป็นกษัตริย์อีกคนจะได้เป็นเสนาบดีอีกคนจะได้เป็นขุนคลัง” โปติกะคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปีนขึ้นไปจับไก่ตัวนั้นมาย่างเขาแบ่งเนื้อส่วนดีที่สุดให้นิโครธให้ส่วนรองลงมาแก่ สาขะส่วนตัวเองกินที่เหลือแล้วพูดกับเพื่อนว่า“วันนี้ พวกเราจะเปลี่ยนชีวิต”

ไม่นานหลังจากนั้น ราชรถเสี่ยงทายก็มาหยุดตรงหน้านิโครธจริง ๆเหล่าเสนาบดีเห็นลักษณะของเขาแล้วต่างเชื่อว่านี่คือคนมีบุญนิโครธจึงได้รับการอภิเษกเป็นกษัตริย์แห่งพาราณสีส่วนสาขะได้เป็นเสนาบดีและโปติกะก็ติดตามเข้าวังไปด้วย

เวลาผ่านไป พระเจ้านิโครธทรงคิดถึงพ่อแม่ จึงอยากให้คนไปรับมาอยู่ด้วยพระองค์สั่งสาขะก่อนแต่สาขะกลับปฏิเสธอย่างเย็นชาพระองค์จึงให้โปติกะไปแทน โปติกะเดินทางไปทำหน้าที่อย่างเต็มใจแต่เมื่อกลับมา เขาเหนื่อยล้ามาก จึงคิดจะแวะพักบ้านสาขะก่อนเข้าเฝ้ากษัตริย์ทว่า…ทันทีที่สาขะรู้ว่าโปติกะมาหา เขากลับพูดว่า“ข้าไม่รู้จักมัน!”แถมยังสั่งคนรับใช้ให้ลากตัวโปติกะออกไปและซ้อมเขาอีกโปติกะเจ็บใจมากแต่ก็ยังเลือกไปเข้าเฝ้าพระเจ้านิโครธตามเดิม

เมื่อพระราชาเห็นสภาพของเพื่อน ก็รีบลุกจากบัลลังก์มารับด้วยตัวเองพระองค์ให้คนดูแลโปติกะอย่างดี ก่อนถามว่าเกิดอะไรขึ้นโปติกะจึงเล่าเรื่องทั้งหมดทันทีที่ฟังจบ พระเจ้านิโครธโกรธมาก“สาขะได้ตำแหน่งสูงเพราะเจ้าแท้ ๆแต่กลับอกตัญญูถึงเพียงนี้!”พระองค์สั่งทหารทันที“จงประหารสาขะเสีย!”ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบแต่คนที่ออกมาห้าม กลับเป็นโปติกะเอง“อย่าเลยพระองค์คนตายแล้วไม่มีวันกลับมาได้ข้าพระองค์ไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะเรื่องของข้า”
พระเจ้านิโครธนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจและยอมยกโทษให้สาขะหลังจากนั้น พระองค์อยากแต่งตั้งโปติกะเป็นเสนาบดีแทนแต่โปติกะปฏิเสธเขาขอเพียงทำหน้าที่รับใช้บ้านเมืองอย่างซื่อสัตย์ก็พอก่อนตาย เขาได้สอนลูกหลานไว้ประโยคหนึ่งว่า“คบคนดี ถึงลำบากก็ยังคุ้มแต่คบคนอกตัญญู ต่อให้ได้ดี ก็ไม่มีความสุข”
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนาเรื่องนี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็เป็นคนอกตัญญูอย่างนี้แหละ แล้วทรงประชุมชาดกว่า
สาขะุเสนาบดีในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระเทวทัต ในบัดนี้
โปติกะขุนคลังในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอานนท์ ในบัดนี้
ส่วนพระเจ้านิโครธราชในครั้งนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.