
วัฑฒกีสูกรชาดก
หมูสู้เสือได้ด้วยความสามัคคี
ณ พระเชตวันมหาวิหาร วันหนึ่ง เหล่าภิกษุกำลังสนทนากันถึงพระธนุคคหติสสเถระ ผู้มีความสามารถในการวางแผนและจัดกระบวนรบเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาและทรงทราบเรื่อง พระองค์จึงตรัสว่า"ภิกษุทั้งหลาย พระธนุคคหติสสะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการวางแผนเพียงชาตินี้เท่านั้น ในอดีตกาล เขาก็เคยใช้ปัญญาช่วยผู้คนให้พ้นจากอันตรายมาแล้ว"จากนั้น พระองค์จึงทรงเล่าเรื่องในอดีต...
ลูกหมูของช่างไม้นานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสีมีช่างไม้คนหนึ่งเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อหาไม้ระหว่างทาง เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากหลุมเมื่อเดินเข้าไปดู ก็พบลูกหมูตัวเล็กตกอยู่ข้างในช่างไม้สงสาร

จึงช่วยมันขึ้นมาและพากลับไปเลี้ยงที่บ้านจากลูกหมูตัวเล็ก ๆ วันนั้นมันค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นหมูป่าร่างใหญ่ แข็งแรง และมีเขี้ยวยาวแต่มันไม่ได้เก่งแค่เรื่องใช้กำลังมันยังฉลาดและรู้ความอย่างมากเวลาช่างไม้ทำงาน มันจะคอยช่วยพลิกไม้ คาบขวาน คาบสิ่ว และลากอุปกรณ์มาให้ผู้คนจึงเรียกมันว่า"วัฑฒกีสุกร"หรือ "หมูของช่างไม้"ช่างไม้รักมันมากแต่ยิ่งมันโตขึ้น เขาก็ยิ่งเป็นห่วง"ถ้ามีใครเห็นเจ้าตัวใหญ่ขนาดนี้ แล้วจับไปฆ่ากินจะทำอย่างไร"ในที่สุด

เขาจึงตัดสินใจพาวัฑฒกีสุกรกลับไปปล่อยในป่าฝูงหมูที่อยู่ด้วยความหวาดกลัววัฑฒกีสุกรเดินทางลึกเข้าไปในป่าจนพบหุบเขาแห่งหนึ่งที่นั่นเต็มไปด้วยรากไม้ หัวมัน และอาหารมากมายแถมยังมีหมูป่าอาศัยอยู่หลายร้อยตัว"นี่แหละ ที่อยู่ที่เราตามหา!"วัฑฒกีสุกรคิดอย่างดีใจแต่เมื่อเข้าไปใกล้ มันกลับสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติหมูทุกตัวผอมแห้งสีหน้าหวาดระแวงและคอยมองไปรอบตัวตลอดเวลาวัฑฒกีสุกรจึงถามว่า"ที่นี่มีอาหารตั้งมากมาย แล้วทำไมพวกเจ้าถึงผอมกันขนาดนี้?"หมูตัวหนึ่งตอบเสียงสั่น"เพราะที่นี่มีเสือโคร่ง"

"ทุกเช้ามันจะมา แล้วจับพวกเราไปกินหนึ่งตัว"วัฑฒกีสุกรขมวดคิ้ว"มันมีกี่ตัว?""ตัวเดียว..."วัฑฒกีสุกรหันมองฝูงหมูหลายร้อยตัวตรงหน้าแล้วถามว่า"พวกเจ้ามีกันตั้งมากมาย แต่กลับกลัวเสือเพียงตัวเดียวหรือ?"ฝูงหมูพากันก้มหน้า"พวกเราสู้มันไม่ได้หรอก"วัฑฒกีสุกรจึงตอบว่า"ที่พวกเจ้าแพ้ ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าอ่อนแอ""แต่เพราะทุกครั้งที่เสือมา พวกเจ้าต่างคนต่างหนี"จากนั้นมันมองไปยังภูเขาที่เสืออาศัยอยู่

"ถ้าพวกเจ้าเชื่อใจเรา และทำตามแผน""พรุ่งนี้ เสือจะไม่ได้กินหมูอีกแม้แต่ตัวเดียว"แผนรับมือเสือโคร่งคืนนั้น วัฑฒกีสุกรเรียกหมูทั้งหมดมารวมตัวกันมันเลือกพื้นที่ซึ่งได้เปรียบ แล้วจัดฝูงหมูอย่างเป็นระเบียบลูกหมูและแม่หมูที่มีลูกอ่อนอยู่ตรงกลางหมูวัยกลางคอยล้อมป้องกัน หมูหนุ่มแข็งแรงอยู่ชั้นถัดออกมาส่วนหมูเขี้ยวยาวและหมูนักรบอยู่ด้านนอกสุดทุกตัวมีหน้าที่ของตัวเองไม่มีใครต้องต่อสู้เพียงลำพัง

จากนั้น วัฑฒกีสุกรให้ขุดหลุมไว้ในตำแหน่งที่เตรียมไว้ก่อนจะบอกทุกตัวว่า"พรุ่งนี้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น...""อย่าหนี""พวกเราจะสู้ไปด้วยกัน"เช้าวันแห่งการต่อสู้รุ่งเช้าเสือโคร่งเดินลงมาจากภูเขาตามปกติมันคิดว่าวันนี้ก็คงเหมือนทุกวันเดินมา เลือกหมูสักตัว แล้วคาบกลับไปกินแต่เมื่อมาถึง...มันกลับหยุดชะงักไม่มีหมูตัวไหนวิ่งหนีหมูทั้งหมดกลับยืนรวมกันอย่างเป็นระเบียบเสือจ้องพวกมันหมูทั้งหมดก็จ้องกลับ

เสืออ้าปากขู่หมูทั้งฝูงก็ทำตามเสือส่งเสียงคำรามหมูทั้งฝูงก็ส่งเสียงตอบเสือเริ่มรู้สึกแปลก ๆ"เมื่อก่อนแค่เห็นหน้าเรา พวกมันก็วิ่งหนีกันหมดแล้ว""วันนี้เกิดอะไรขึ้น?" จากนั้นมันก็เห็นวัฑฒกีสุกรยืนอยู่ด้านหน้าเสือเริ่มรู้ทันทีว่าวันนี้ฝูงหมูไม่เหมือนเดิมแล้วมันจึงตัดสินใจถอยกลับไป

แต่เรื่องยังไม่จบเสือตัวนั้นมีสหายเป็นดาบสเจ้าเล่ห์คนหนึ่งชายผู้นี้อาศัยกินเนื้อที่เสือล่ามาแบ่งให้เป็นประจำเมื่อเห็นเสือกลับมามือเปล่า เขาจึงถามว่า"วันนี้เป็นอะไร?""เมื่อก่อนเจ้าออกไปทีไร ก็ได้หมูอ้วน ๆ กลับมาทุกครั้ง"เสือตอบว่า"วันนี้พวกหมูไม่หนี""พวกมันรวมตัวกัน และมีหมูตัวหนึ่งคอยสั่งการ"

ดาบสกลับหัวเราะ"หมูก็คือหมู""เจ้าเป็นถึงเสือ จะกลัวพวกมันทำไม?""กลับไปคำรามใส่มันแรง ๆ เดี๋ยวพวกมันก็แตกหนีกันเอง"เมื่อถูกยุ เสือจึงรวบรวมความกล้า แล้วกลับไปยังหุบเขาอีกครั้งศึกครั้งสุดท้ายเมื่อฝูงหมูเห็นเสือกลับมา ทุกตัวเริ่มตื่นกลัว"มันกลับมาแล้ว!"แต่วัฑฒกีสุกรตะโกนทันที"อย่ากลัว!""จำแผนของเราไว้!"เสือส่งเสียงคำรามกึกก้องก่อนพุ่งตรงเข้าใส่วัฑฒกีสุกรแต่แทนที่จะวิ่งหนีวัฑฒกีสุกรกลับยืนนิ่งรอจนกระทั่งเสือกระโจนเข้ามาใกล้มันจึงพลิกตัวหลบลงไปในหลุมที่เตรียมไว้

เสือที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วไม่สามารถหยุดตัวเองได้ร่างของมันจึงพลาดตกลงไปในหลุมอีกด้าน"ตอนนี้แหละ!"วัฑฒกีสุกรพุ่งขึ้นจากหลุมเข้าต่อสู้กับเสืออย่างเต็มกำลังและในที่สุด...เสือโคร่งที่สร้างความหวาดกลัวให้ฝูงหมูมานานก็พ่ายแพ้ฝูงหมูส่งเสียงร้องด้วยความดีใจเป็นครั้งแรกที่พวกมันไม่ต้องหวาดกลัวว่า เช้าวันพรุ่งนี้ใครจะเป็นเหยื่ออีกต่อไปศัตรูที่อยู่เบื้องหลังแต่ฝูงหมูยังไม่สบายใจพวกมันบอกวัฑฒกีสุกรว่า

"ถึงเสือจะตายแล้ว แต่ดาบสเจ้าเล่ห์ยังอยู่""ตราบใดที่เขายังอยู่ เขาอาจหาเสือตัวใหม่มาทำร้ายพวกเราอีก"วัฑฒกีสุกรจึงตอบว่า"ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องจัดการต้นเหตุของปัญหา" ฝูงหมูทั้งหมดจึงออกเดินทางพร้อมกันเมื่อดาบสเห็นฝูงหมูจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาหา เขาตกใจ รีบวิ่งหนีขึ้นต้นมะเดื่อวัฑฒกีสุกรมองขึ้นไปแล้วเริ่มออกคำสั่ง"พวกหนึ่งไปหาน้ำ""ลูกหมูช่วยกันขุดดิน""หมูเขี้ยวยาวจัดการรากไม้""ที่เหลือล้อมต้นไม้ไว้!"
ทุกตัวลงมือพร้อมกันไม่นานนัก ต้นมะเดื่อขนาดใหญ่ก็โค่นลงภัยที่คุกคามฝูงหมูจึงสิ้นสุดลงราชาแห่งฝูงหมูหลังจากเหตุการณ์นั้นฝูงหมูต่างรู้ดีว่า หากไม่มีวัฑฒกีสุกร พวกมันคงยังต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวพวกมันจึงพร้อมใจกันแต่งตั้งวัฑฒกีสุกรให้เป็นราชาจากลูกหมูที่เคยตกหลุมจากหมูที่เคยเป็นเพียงผู้ช่วยของช่างไม้วันนี้มันกลายเป็นผู้นำของฝูงหมูทั้งหมดแต่ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขี้ยวของมันเพียงตัวเดียวชัยชนะเกิดขึ้นเพราะหมูทุกตัวยอมยืนอยู่ข้างกันเทวดาผู้เห็นเหตุการณ์
บนต้นไม้ใหญ่ในป่านั้น มีรุกขเทวดาเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดมาตั้งแต่ต้นเมื่อเห็นฝูงหมูที่เคยหวาดกลัว สามารถเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าได้เทวดาจึงกล่าวสรรเสริญว่า"น่าอัศจรรย์จริงหนอ""หมูเหล่านี้เอาชนะเสือโคร่งได้ เพราะความสามัคคี""เมื่อก่อนต่างคนต่างหนี จึงตกเป็นเหยื่อ""แต่เมื่อรวมใจกัน ศัตรูที่เคยน่ากลัวก็ไม่อาจเอาชนะพวกมันได้"
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ถึงในครั้งก่อน ธนุคคหติสสะเคยฉลาดในการจัดขบวนรบเหมือนกันทรงประชุมชาดกว่า
ชฎิลโกงในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระเทวทัต
ตัจฉกสุกรได้มาเป็น ธนุคคหติสสะ
ส่วนรุกขเทวดาได้มาเป็น เราตถาคต แล