
ในเมืองสาวัตถี มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า “มัลลิกา”เธอเป็นลูกสาวของคนจัดดอกไม้ธรรมดา ๆ ฐานะไม่ได้ร่ำรวย แต่เป็นคนหน้าตางดงามและจิตใจดีวันหนึ่ง ตอนอายุประมาณสิบหกปี มัลลิกากำลังเดินไปสวนดอกไม้กับเพื่อนๆในตะกร้าของเธอมีขนมกุมมาสอยู่สามก้อน เป็นอาหารง่าย ๆ ที่ตั้งใจจะเอาไว้กินระหว่างวัน

ระหว่างทาง เธอได้พบพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์กำลังเดินเข้ามาในเมืองทันทีที่เห็น ใจของเธอเกิดความศรัทธาอย่างบอกไม่ถูกแม้ขนมที่ถืออยู่จะเป็นของเพียงเล็กน้อย แต่มัลลิกาก็ตัดสินใจนำทั้งหมดถวายแด่พระพุทธเจ้าโดยไม่ลังเลหลังถวายเสร็จ เธอก้มกราบด้วยความปลื้มใจพระพุทธเจ้าทรงยิ้มเล็กน้อยพระอานนท์ที่อยู่ใกล้ ๆ เห็นเช่นนั้นจึงถามว่า “เหตุใดพระองค์จึงทรงแย้มพระสรวลหรือพระเจ้าข้า”
พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า“หญิงสาวคนนี้ ภายในวันนี้เอง จะได้เป็นมเหสีของพระเจ้าโกศล เพราะผลแห่งบุญที่เธอทำไว้” หลังจากนั้น มัลลิกาก็เดินทางต่อไปยังสวนดอกไม้ตามปกติในวันเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าโกศลเพิ่งพ่ายแพ้จากสงครามและกำลังเสด็จกลับเมืองเพียงลำพัง ระหว่างทาง พระองค์ได้ยินเสียงร้องเพลงของหญิงสาวคนหนึ่งเสียงนั้นอ่อนโยนและสดใส จนทำให้พระองค์หยุดฟังเมื่อเดินตามเสียงมา ก็พบมัลลิกาอยู่ในสวนดอกไม้แทนที่เธอจะตกใจหรือหวาดกลัว เธอกลับช่วยจับบังเหียนม้า ดูแลพระราชาผู้เหนื่อยล้าอย่างอ่อนโยน

พระเจ้าโกศลประทับใจในตัวเธอทันทีเมื่อทราบว่าเธอยังไม่มีสามี พระองค์จึงพาเธอกลับเข้าวังและในเย็นวันนั้น มัลลิกาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัครมเหสีจากหญิงสาวธรรมดา กลายเป็นราชินีภายในวันเดียวข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองผู้คนต่างพูดกันว่า “เพียงถวายขนมไม่กี่ก้อน กลับได้รับผลบุญยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้”

จากนั้น พระองค์จึงเล่าเรื่องในอดีตนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสีมีชายยากจนคนหนึ่งทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำวันหนึ่ง เขาซื้อขนมกุมมาสมาสี่ก้อนตั้งใจจะเก็บไว้เป็นอาหารเช้าก่อนทำงาน

แต่ระหว่างทาง เขากลับพบพระปัจเจกพุทธเจ้าสี่องค์กำลังเดินบิณฑบาตชายหนุ่มหยุดมองขนมในมือมันคืออาหารทั้งหมดที่เขามีในวันนั้นหากถวายไป เขาอาจต้องหิวทั้งวันแต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจยิ้มออกมา แล้วพูดกับตัวเองว่า“ถ้าของเล็กน้อยของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนมีศีลก็ควรถวาย”

เขาจัดที่นั่งง่าย ๆ ด้วยกองทรายและใบไม้เชิญพระทั้งสี่องค์นั่ง แล้วถวายขนมทั้งหมดด้วยความเคารพก่อนจากกัน เขาอธิษฐานไว้ว่า“ขออย่าให้ข้าต้องเกิดมาในความยากจนอีกและขอให้บุญนี้นำทางไปสู่ปัญญาอันสูงสุด”หลังเสียชีวิต ชายยากจนคนนั้นได้เกิดใหม่เป็นเจ้าชายเมื่อเติบโตขึ้น เขากลายเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่มีทั้งทรัพย์สมบัติ วังทอง ช้าง ม้า ข้าราชบริพาร และผู้คนมากมายแต่พระองค์ไม่เคยลืมว่า
ทุกอย่างที่มีในวันนี้เริ่มต้นจาก “ขนมสี่ก้อน” ที่ถวายด้วยใจบริสุทธิ์ในวันนั้นวันหนึ่ง ระหว่างนั่งอยู่บนราชบัลลังก์ท่ามกลางความมั่งคั่งพระองค์มองไปรอบตัวทั้งพระราชวัง เครื่องทองคำ เสียงดนตรี และผู้คนที่รายล้อมก่อนจะตรัสออกมาด้วยความปลื้มใจว่า“สมบัติทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากโชค แต่มาจากขนมกุมมาสเพียงสี่ก้อนที่เราเคยถวายไว้ในอดีต” แม้พระมเหสีของพระองค์เองก็เคยเป็นเพียงหญิงรับใช้ธรรมดาเธอเล่าว่า ในอดีตเคยนำอาหารส่วนของตัวเองไปถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเช่นกันเพราะบุญนั้นเธอจึงได้เกิดมาในตระกูลสูง และกลายเป็นราชินีในชาตินี้
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ว่า
พระราชเทวีในครั้งนั้น ได้แก่ มารดาพระราหุล
ส่วนพระราชา ได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล.