
เวริชาดกว่าด้วย
การอยู่ร่วมกับคนเป็นคู่เวรกันเป็นทุกข์
คืนนั้น อนาถบิณฑิกเศรษฐีกำลังเดินทางกลับเมืองสาวัตถีแต่ระหว่างทาง เขากลับพบสิ่งที่ไม่มีนักเดินทางคนไหนอยากเจอกลุ่มโจรกำลังดักอยู่บนเส้นทางข้างหน้าเขารู้ทันทีว่า หากหยุดพักค้างคืนแถวนี้ แม้เพียงคืนเดียว ชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดอาจไม่เหลือถึงรุ่งเช้าเขาจึงตัดสินใจไม่หยุดพัก และเร่งฝูงโคเดินทางต่อจนถึงสาวัตถีอย่างปลอดภัยวันรุ่งขึ้น
เขาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า“ไม่ใช่เพียงครั้งนี้หรอก ในอดีตกาล ผู้มีปัญญาก็เคยพบอันตรายเช่นเดียวกัน และเลือกที่จะไม่หยุดอยู่ท่ามกลางศัตรูจากนั้น พระองค์จึงเริ่มเล่าเรื่องในอดีต...
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลเศรษฐีที่มั่งคั่งแห่งหนึ่งวันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เพื่อทำธุระบางอย่างเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

เขาก็ออกเดินทางกลับบ้านทันทีแต่ระหว่างทาง เขากลับพบสิ่งผิดปกติบริเวณเส้นทางข้างหน้ามีโจรหลายคนกำลังรวมตัวกันอยู่หากเดินทางต่อไปโดยไม่ระวัง เขาอาจถูกปล้น หรืออาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้พระโพธิสัตว์จึงรีบควบเกวียนผ่านบริเวณนั้นไปโดยไม่หยุดพัก และมุ่งหน้ากลับสู่บ้านของตนเพียงอย่างเดียว

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย เขาจึงได้นั่งพักและรับประทานอาหารรสเลิศอย่างสบายใจหลังผ่านเหตุการณ์อันตรายมาได้พระโพธิสัตว์ก็อดคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้เพียงเพราะเขารู้ทันว่าเส้นทางนั้นไม่ปลอดภัย และไม่ยอมหยุดอยู่ท่ามกลางผู้ที่อาจทำอันตราย ชีวิตของเขาจึงรอดกลับมาถึงบ้านได้หลังจากกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

พระโพธิสัตว์นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาระหว่างทางกลับ เขาต้องผ่านบริเวณที่มีกลุ่มโจรอยู่ หากตัดสินใจหยุดพักที่นั่น แม้เพียงคืนเดียว ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจึงคิดขึ้นว่า
“เมื่อรู้ว่าที่ใดมีคนคิดร้ายต่อเรา ผู้มีปัญญาก็ไม่ควรฝืนอยู่ในที่แห่งนั้น”เพราะการต้องใช้ชีวิตท่ามกลางศัตรู ต่อให้เพียงคืนเดียวหรือสองคืน ก็ยากที่จะอยู่อย่างสงบต้องคอยระแวงว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต้องคอยป้องกันตัวเองแม้จะหลับ ก็ยังหลับได้ไม่เต็มตาเมื่อใจเต็มไปด้วยความหวาดระแวงเช่นนั้น จะเรียกว่าอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร?
บางครั้ง การเลือกเดินออกจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย จึงไม่ได้หมายถึงความขลาดแต่หมายถึงการมีสติพอที่จะรู้ว่า“ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เราควรอยู่”พระโพธิสัตว์จึงยึดหลักนี้ในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งทำความดี ให้ทาน และสร้างบุญอยู่เสมอจนเมื่อสิ้นอายุขัย ก็จากโลกนี้ไปตามผลแห่งการกระทำของตน

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องในอดีตจบลง พระองค์จึงตรัสย้ำแก่เหล่าภิกษุว่า“ภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่เพียงในวันนี้เท่านั้น ที่พระเทวทัตคิดร้ายต่อเรา ในอดีตเขาก็เคยคิดร้ายต่อเรามาแล้วเช่นกัน”
จากนั้น พระองค์จึงทรงเปิดเผยว่า บุคคลในอดีตเหล่านั้นกลับมาเกิดเป็นใครบ้างในชาติปัจจุบันและพระโพธิสัตว์ผู้เป็นเศรษฐีในกรุงพาราณสี ผู้รู้จักหลีกออกจากสถานที่อันตรายในครั้งนั้น
ก็คือ พระพุทธเจ้าในอดีตชาติ