
อรรถกถา สุปัตตชาดก
ว่าด้วย นางกาแพ้ท้อง
นานมาแล้ว...ในเมืองพาราณสี พระเจ้าพรหมทัตปกครองแผ่นดินด้วยอำนาจฝั่งอีกมุมหนึ่งของเมือง บนยอดไม้ใหญ่ มีกาเจ้าอาณาจักรชื่อว่า พระยากาสุปัตต์ ปกครองกากว่า 80,000 ตัว คู่ชีวิตของเขาคือนางกาผู้เพียบพร้อมชื่อว่า สุปัสสา วันหนึ่ง ทั้งสองบินผ่านโรงครัวหลวง กลิ่นปลาเนื้อที่กำลังต้มยำทำแกงฟุ้งกระจาย นางสุปัสสาสูดกลิ่นเข้าไป... แล้วเงียบไปทั้งวัน

พระยากาถาม นางก็ไม่ตอบ...วันถัดมา พระยากาก็ชวนเหมือนเคย “ไปหาอาหารกันเถิด”แต่นางพูดเสียงอ่อย“ท่านไปเถิด...ข้าไม่ไหวแล้ว ข้า...ข้าแพ้ท้อง ข้าอยากกินข้าวพระราชา!”โอ้โห! พระยากาถึงกับชะงัก อึ้งไปสามวินาทีเต็ม “กาแพ้ท้อง? แล้วไปอยากกินโภชนะราชสำนักเนี่ยนะ!?”

แต่ความรักชนะทุกอย่าง พระยากาไม่อยากให้นางตรอมใจตาย จึงเรียกเสนาบดีผู้ซื่อสัตย์ชื่อว่า สุมุขะ มาปรึกษาสุมุขะฟังแล้วก็ยิ้มมุมปาก “งานนี้ได้โชว์ฝีปีกแล้วสิ!”สุมุขะจัดกาทหารเป็นกองร้อย ๆ วางไว้รอบเมืองพาราณสี แอบซุ่มรอใกล้โรงครัวราชวัง ส่วนตัวเขาขึ้นไปซุ่มอยู่บนหลังคาโรงครัว พร้อมกาพลพรรคนักบู๊อีก 8 ตัว

พอพ่อครัวแบกเครื่องเสวยออกจากโรงครัว สุมุขะให้สัญญาณ“ลุย!”เขาบินโฉบลงมา ตบ พ่อครัวด้วยปีกแล้วใช้จะงอยแหลม จิกเข้าที่จมูกเต็มแรง! พ่อครัวกุมจมูกร้องลั่น ภาชนะอาหารตกกระจาย กองโภชนาอันโอชะหล่นกระจายเต็มลานหลวง ในขณะที่พ่อครัวมัวแต่ช็อก กาทั้ง 8 ตัวก็บินลงมาคาบข้าว ปลา เนื้อ อย่างละเต็มปากแล้วบินกลับทันที! “ส่งให้พระยากาและสุปัสสากินให้หายแพ้ท้อง!”

ฝั่งพ่อครัวโดนจิกก็วิ่งเข้าไปหาพระราชา พร้อมกา “ผู้ก่อเหตุ” ที่โดนจับไว้แน่นพระราชาตรัสถามเสียงดุ“เจ้ากา เจ้ามีเหตุผลอะไรถึงกล้ามาจิกจมูกคน ขโมยอาหารหลวง ทำลายของหลวง แล้วไม่ห่วงชีวิตตัวเองบ้างเลยรึ?” กาสุมุขะพนมปีก (ในจินตนาการนะ ) แล้วตอบอย่างสงบว่า“ข้าเป็นแค่เสนาบดีของพระยากาสุปัตต์แต่ครั้งนี้ ข้าสละชีวิตของข้า...เพื่อให้นางสุปัสสา ภรรยาของพระองค์หายแพ้ท้องข้าไม่ได้มาด้วยความโลภ...แต่มาด้วยความจงรักภักดีท่านอยากลงโทษข้าอย่างไรก็เชิญเถิด ข้าไม่เสียดายชีวิตแล้ว”
แล้วกาก็ร่ายคาถากล่าวความรัก ความเสียสละ และความภักดีต่อเจ้านายออกมาเป็นกลอนซึ้งจนพระราชานิ่งไป...พระราชาทรงตะลึง“มนุษย์เราน่ะ ถวายตำแหน่งบ้านเมืองให้ บางคนยังไม่ซื่อสัตย์เท่านี้เลย...แต่นี่มันกา! แต่เสียสละได้ขนาดนี้!” พระองค์จึงทรงตั้งเศวตฉัตรเหนือกาสุมุขะถือเป็น “เกียรติแห่งความจงรัก”และมีรับสั่งให้ตั้งโต๊ะอาหารชุดพิเศษถวายแด่พระยากาและสุปัสสาทุกวันส่วนกาตัวอื่น ๆ ก็ได้กินด้วยวันละทะนานเต็ม ๆ พระราชายังทรงฟังธรรมจากพระยากากับเสนาบดี จนหันมาถือศีลห้า เลิกเบียดเบียนสัตว์และให้โอวาทของพระยากาดำเนินต่อไป...ยาวนานถึง เจ็ดร้อยปี ในตำนาน
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า
พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์ ในบัดนี้
กาเสนาบดีในครั้งนั้น ได้เป็น พระสารีบุตร ในบัดนี้
กาสุปัสสาในครั้งนั้น ได้เป็น มารดาพระราหุล ในบัดนี้
ส่วนกาสุปัตตะ คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.