จุลลนันทิยชาดก
ผลของกรรมดีกรรมชั่ว
ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร วันหนึ่งเหล่าภิกษุกำลังนั่งสนทนากันถึงเรื่องของพระเทวทัต"พระเทวทัตช่างโหดร้ายเหลือเกิน" ภิกษุรูปหนึ่งกล่าว" ทั้งกลิ้งหินหวังปลงพระชนม์พระพุทธองค์ ทั้งปล่อยช้างนาฬาคิรี ไม่มีแม้แต่ความเมตตาหรือความเห็นอกเห็นใจเลย"ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน พระพุทธเจ้าก็เสด็จมาเมื่อทรงทราบเรื่องที่ภิกษุกำลังสนทนาอยู่
พระองค์จึงตรัสว่า"ภิกษุทั้งหลาย เทวทัตไม่ได้เป็นคนหยาบช้าเพียงชาตินี้เท่านั้น แม้ในอดีตกาล เขาก็เคยเป็นคนไร้เมตตาเช่นเดียวกัน" แล้วพระองค์ก็ทรงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง...ลิงสองพี่น้องผู้กตัญญูนานมาแล้ว ในป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่ มีลิงพี่น้องสองตัวอาศัยอยู่พี่ชายชื่อ นันทิยะน้องชายชื่อ จุลลนันทิยะ
ทั้งสองเป็นหัวหน้าฝูงลิงจำนวนมหาศาลถึง 84,000 ตัวแม้จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ทั้งสองรักที่สุดกลับไม่ใช่อำนาจหากเป็น แม่ผู้ตาบอดชราภาพทุกวันพวกเขาจะออกไปหาอาหารที่ดีที่สุด ส่งให้ลูกน้องนำกลับมาให้แม่แต่ลูกน้องเหล่านั้นกลับแอบกินเสียเองผลไม้ไม่เคยไปถึงมือแม่แม้แต่ครั้งเดียว

วันเวลาผ่านไป แม่ลิงผอมแห้งจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเมื่อเห็นเช่นนั้น นันทิยะจึงถามด้วยความเป็นห่วง"แม่จ๋า ลูกส่งผลไม้มาให้ทุกวัน เหตุใดแม่จึงซูบผอมถึงเพียงนี้" แม่ลิงตอบเบา ๆ"ลูกเอ๋ย... แม่ไม่เคยได้รับผลไม้เหล่านั้นเลย" นันทิยะได้ฟังแล้วใจหายเขารู้ทันทีว่า หากยังปล่อยไว้เช่นนี้ แม่คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

ยอมทิ้งตำแหน่งเพื่อดูแลแม่นันทิยะเรียกน้องชายมาพบ"น้องเอ๋ย พี่จะสละตำแหน่งหัวหน้าฝูง แล้วพาแม่ไปดูแลเอง"แต่จุลลนันทิยะกลับส่ายหน้า"ถ้าพี่ไปดูแลแม่ น้องก็จะไปด้วย"ในที่สุดทั้งสองจึงตัดสินใจพาแม่ออกจากฝูงไปอาศัยอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ริมป่าคอยหาอาหาร ป้อนน้ำ และดูแลแม่อย่างใกล้ชิดทุกวัน
คำเตือนของอาจารย์ในเวลาเดียวกัน มีชายหนุ่มชาวพาราณสีคนหนึ่งเพิ่งเรียนจบจากเมืองตักกสิลาก่อนกลับบ้าน อาจารย์ของเขาได้เรียกมาพูดเป็นครั้งสุดท้ายอาจารย์มองศิษย์ด้วยสายตาเป็นห่วง"เจ้ามีนิสัยใจร้อน หยาบคาย และขาดความเมตตา" "หากไม่เปลี่ยนแปลง วันหนึ่งนิสัยนี้จะนำความพินาศมาสู่ชีวิต" "จงอย่าทำความชั่วที่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง" ชายหนุ่มรับคำอย่างเสียไม่ได้แต่ลึก ๆ แล้ว เขาไม่เคยใส่ใจคำสอนนั้นเลย

พรานใจโหดต่อมาเขาประกอบอาชีพเป็นพรานใช้ธนูออกล่าสัตว์ในป่าเพื่อขายเนื้อเลี้ยงชีพวันหนึ่ง เขาเดินล่าสัตว์ทั้งวันแต่ไม่ได้อะไรเลยขณะกำลังกลับบ้าน เขาเห็นต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งจึงคิดว่า"บางทีอาจมีสัตว์อยู่แถวนั้น"เขาจึงเดินเข้าไปใต้ต้นไทรนั้นเอง แม่ลิงตาบอดกำลังนั่งกินผลไม้ โดยมีลูกชายทั้งสองคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆพรานเห็นแม่ลิงแล้วคิดทันที "อย่างน้อยก็ยังได้เนื้อตัวนี้กลับบ้าน" เขายกธนูขึ้น เล็งไปยังแม่ลิงชรา

การเสียสละของพี่ชายนันทิยะเห็นดังนั้น จึงรีบออกมาจากกิ่งไม้ "ท่านผู้เจริญ" "โปรดอย่ายิงแม่ของข้าเลย" "แม่ของข้าตาบอดและแก่ชรา" "หากท่านต้องการเนื้อสัตว์ จงฆ่าข้าแทนเถิด" พูดจบ เขาก็เดินไปนั่งตรงหน้าลูกศรด้วยความสงบแต่พรานใจโหดไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยเขาปล่อยลูกศรทันทีนันทิยะล้มลงสิ้นใจ

การเสียสละของน้องชายจุลลนันทิยะเห็นพี่ชายตายต่อหน้าน้ำตาไหลออกมาแต่เมื่อเห็นพรานกำลังขึ้นธนูเพื่อยิงแม่อีกครั้งเขาจึงรีบกระโดดออกมา"ท่านผู้เจริญ!" "อย่าฆ่าแม่ของเราเลย" "ข้ายอมตายแทนแม่เช่นกัน" "เอาร่างของเราสองพี่น้องไปเถิด" "ขอเพียงไว้ชีวิตแม่" แต่พรานก็ยังไร้ความปรานีลูกศรดอกที่สองพุ่งออกไปจุลลนันทิยะล้มลงเคียงข้างพี่ชาย

ความโหดร้ายที่ไม่รู้จักพอแม้จะได้ลิงสองตัวแล้วพรานก็ยังไม่พอใจเขาคิดว่า "ฆ่าแม่ลิงตัวนี้ไปด้วยดีกว่า จะได้มีเนื้อเพิ่ม" แล้วเขาก็ยิงแม่ลิงตาบอดจนเสียชีวิตจากนั้นจึงหาบร่างทั้งสามกลับบ้านด้วยความพอใจแต่เขาไม่รู้เลยว่า...ผลแห่งกรรมกำลังรออยู่ข้างหน้า

กรรมตามทันในขณะที่พรานออกล่าสัตว์สายฟ้าฟาดลงกลางบ้านของเขาบ้านทั้งหลังลุกเป็นไฟภรรยาและลูกสองคนเสียชีวิตทั้งหมดเมื่อพรานกลับมาถึง มีคนรีบวิ่งมาบอกข่าวร้ายเขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกธนูตกจากมือเนื้อสัตว์ที่หาบมาก็ถูกทิ้งไว้ข้างทางเขาร้องไห้คร่ำครวญแล้ววิ่งเข้าไปหาซากบ้านแต่ทันใดนั้นขื่อไม้ที่เหลืออยู่ก็หักลงมาฟาดศีรษะของเขาอย่างแรงเลือดไหลอาบหน้าในขณะเดียวกัน แผ่นดินก็แยกออกใต้เท้าของเขา

เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างคำเตือนที่สายเกินไปในวินาทีสุดท้ายของชีวิตพรานนึกถึงคำพูดของอาจารย์ได้เขาร้องออกมาด้วยความเสียใจ"อาจารย์เคยเตือนเราแล้ว..." "อย่าทำความชั่วที่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองในภายหลัง" "แต่เรากลับไม่เคยฟังเลย" แล้วเขาก็กล่าวว่าผู้ใดทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดีผู้ใดทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่วหว่านเมล็ดเช่นใด ย่อมเก็บเกี่ยวผลเช่นนั้นเมื่อสิ้นคำพูดแผ่นดินก็สูบเขาลงไปไปเกิดในอเวจีมหานรก
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวทัตกักขฬะหยาบช้ามิใช่ในบัดนี้เท่านั้น
แม้เมื่อก่อนก็กักขฬะหยาบช้าไร้กรุณาเหมือนกัน แล้วทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประชุมชาดก.
บุรุษพรานในครั้งนั้น ได้เป็น เทวทัต ในครั้งนี้
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้เป็น สารีบุตร
จุลลนันทิยวานรได้เป็น อานนท์
มารดาวานรได้เป็น มหาปชาบดีโคตมี
ส่วนมหานันทิยวานร คือ เราตถาคต นี้แล.